Uncategorized

สุสานยายแก่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
สุสานยายแก่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน
สุสานยายแก่

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สุสานยายแก่

เรื่องนี้เกิดขึ้นโดยตรงกับแม่เราค่ะ เมื่อหลายสิบปีมาแล้ว เวลานี้แม่เราอยู่ที่จีน มันจะมีสะพานผ่านแม่น้ำแห่งหนึ่ง ด้านล่างจะเป็น สวนสาธารณะ เปิดใหม่ ให้ผู้คนไปนั่งพักผ่อนเดินเที่ยวพักผ่อนริมน้ำกัน..

เย็นวันหนึ่ง แม่พวกเราก็ไปเดินเที่ยวกันที่สวนที่นั้น พอเพียงตอนค่ำๆขณะเดินๆอยู่ สายตาแม่ก็เหลือบไปมองเห็นยายแก่เค้าหน้าเศร้าๆอายุราว 80 เดินหลังค่อมๆกำลังจะลงไปในแม่น้ำกับกระบอกไม้ไผ่ แม่ก็เลยเดินเข้าไปถามว่า ‘คุณยายจะลงไปเพราะเหตุใด?’ คุณยายตอบว่า ‘จะลงไปตักน้ำ..’ ด้วยความสงสารคนวัยชรา แม่จึงยื่นน้ำให้เอ็งไป 1 ขวด กับเงินอีก 20 หยวน พร้อมทั้งกล่าวว่า ‘คุณยายเอานี่ไปดีมากยิ่งกว่า สักครู่จะตกลงไป’ คุณยายหันมาบอกแม่ว่า ‘ขอบใจนะ ขอให้โชคดีๆ’ แม่รับคำ แล้วก็ถามคุณยายต่อว่า ‘แล้วนี่คุณยายจะไปไหนต่อ?’ คุณยายว่า ‘จะกลับไปอยู่บ้าน..’ พร้อมด้วยชี้มือไปสุดทางเท้า ซึ่งแม่มองดูแล้วไม่น่าจะมีบ้านคนแถวนั้นได้ จากนั้นคุณยายก็เดินจากไป..

พอตอนกลับ แม่ก็เดินไปทางเดียวกับที่ยายคนนั้นเดินไป เดินไปเรื่อยๆ แม่ก็เริ่มรู้สึกเย็นวูบวาบแปลกๆ พอรู้ตัวอีกทีก็คือแม่กำลังเดินผ่านหลุมศพนับร้อย เนื่องจากสวนสาธารณะตั้งอยู่ติดกับพื้นที่สุสานนั่นเอง แล้วแม่ก็ต้องขนลุกวาบอีกรอบ เพราะเห็นมีขวดน้ำตั้งอยู่ที่หลุมศพหลุมหนึ่ง แม่เริ่มใจคอไม่ดี แต่ก็ยังกัดฟันเดินเข้าไปดู.. แม่เล่าว่าแม่ถึงกับเข่าอ่อนเลยค่ะ! เพราะที่สุสานนั้นมีขวดน้ำ พร้อมกับเงิน 20 หยวนวางอยู่ และรูปหน้าสุสานก็คือยายคนเมื่อกี้นี่เอง..

ภายหลังแม่ก็มาทราบว่า เมื่อไม่นาน ยายคนนี้แกจมน้ำเสียชีวิตที่แม่น้ำแห่งนี้ แต่เหมือนแกจะไม่มีลูกหลาน ก็เลยไม่มีใครมาเยี่ยม หรือมาถวายอะไรให้แกเลย.. พอได้รู้แบบนั้น แม่ก็จะคอยมาวางอาหาร และน้ำที่หลุมศพของยายแกเรื่อยมาค่ะ…

Uncategorized

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีอำแม่

Posted by Pinkie on
เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีอำแม่
ผีอำแม่

ผีอำแม่ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เป็นประสบการณ์จริงจากคุณพลอย.. พลอยอยู่บ้านกับแม่สองคนที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี.. แม่ของพลอยเป็นหมอที่ต้องทำงานหนัก และพักผ่อนน้อยเป็นประจำ

แม่ของพลอยเล่าให้พลอยฟังว่าถูกผีอำอยู่บ่อยมาก ซึ่งพลอยเองก็กลัวครั้งใดก็ตามฟัง เนื่องจากส่วนใหญ่เรื่องราวที่แม่เล่า ชอบเกิดขึ้นที่บัานนี้.. ดังเช่นมีวันหนึ่ง แม่ของพลอยกลับมาจากงานดึกมาก เมื่อถึงเตียงก็นอนโดยทันที รวมทั้งในคืนนั้นเองก็รู้ตัวตื่นมากมายลางมืดค่ำ เพราะเหตุว่าเสมือนมีเสียงคนกำลังหัวเราะในคออยู่ใกล้ๆแต่ไม่อาจจะลืมตา ออกเสียง หรือขยับร่างกายได้เลย รวมทั้งเสียงหัวเราะก็ยังคงอยู่ไปอีกครู่หนึ่งใหญ่ ซึ่งกว่าจะหายไป และก็กลับมาปกติได้ใช้เวลาอยู่ยาวนานมาก

หรือบางครั้งที่แม่นั่งหลับอยู่ที่เก้าอี้ชั้นล่างก็ยังเคยถูกผีอำ โดยที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ แต่ครั้งนั้นสามารถลืมตามาได้อยู่ครึ่งหนึ่ง แม่พยายามจะเรียกพลอยที่อยู่ในครัว แต่ก็ไม่สามารถอ้าปากออกเสียงได้เลย สักพักก็มีเสียงเท้าเดินเข้ามาใกล้ๆ แม่เข้าใจว่าเป็นพลอยจะมาปลุก แต่ด้วยตาที่ลืมได้อยู่เพียงครึ่งหนึ่งจึงมองได้เพียงที่พื้นข้างๆ ตัว.. แม่บอกว่าเห็นเป็นเท้าคนที่ดูซีด และมีขนาดใหญ่ มายืนอยู่ข้างๆ..

แต่แม่พลอยด้วยความที่เป็นหมอ ก็จะมองไปในเชิงวิทยาศาสตร์ และก็เข้าใจว่าเป็นอาการเกรง หรือผิดปกติของกล้ามเนื้อและสมองที่เกิดจากการอ่อนเพลีย และพักผ่อนน้อยเกินไป แต่สำหรับพลอย พลอยไม่คิดแบบนั้นเลย..

พลอยเล่าต่อว่า.. เพราะมีเรื่องหนึ่งที่พลอยยังไม่เคยเล่าให้แม่ฟังเลยจนถึงทุกวันนี้.. วันนั้นเป็นวันศุกร์พลอยจำได้ดี กลางดึกคืนนั้นพลอยได้ยินเสียงดังกึกกักเป็นระยะๆ มาจากห้องแม่ พลอยมาเคาะประตูห้องเรียกแม่ก็ไม่ยอมเปิด พลอยจึงเปิดเข้าไป และพลอยเห็น.. มีร่างหญิงผมยาวใส่ชุดไทยโบราณนั่งทับอก ตาจ้องเขม็ง และก็เอามือสองข้างปิดหน้าแม่อยู่.. ถึงจะมืดแต่มันชัดเจน และน่ากลัวมากๆ

หลังจากนั้นเมื่อมีโอกาส พลอยจะชวนแม่ไปทำบุญที่วัดเสมอๆ โดยทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย และพลอยก็ไม่เคยคิดจะบอกสิ่งที่ตนเองเห็นให้แม่รู้เลย..…

Uncategorized

หอสามแพร่ง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
หอสามแพร่ง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน
หอสามแพร่ง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน หอสามแพร่ง

เรื่องนี้หลายปีมาแล้ว เวลานี้พวกเราอยู่หอพักที่เชียงใหม่ แถว วิทยาลัยครู เป็นหอพักที่อยู่ตรง ทางสามแพร่ง พอดิบพอดี ห้องที่พวกเราอยู่อยู่ชั้น 4 เป็นข้างบนสุด แล้วก็ขอบสุด มองดูลงไปมองเห็นทางสามแพร่งเลย ห้องชิดกันเป็นน้องผู้ชายที่พึ่งจะย้ายขึ้นมาจากชั้น 2 เหตุเพราะเป็นหอพักที่สร้างมานาน ราว 10 ปี+ ก็เลยมีโทรศัพท์สายตรงในห้องด้วย ก็ใช้โทรศัพท์นี่แหละคุยกันกับน้องผู้ชาย คือจีบเค้าว่างั้นเหอะ

เรื่องมีอยู่ว่า คืนวันหนึ่งพวกเรากลับจากไปท่องเที่ยวร้านค้าอุ่นเครื่องกับเพื่อน กลับมาก็ตี 2 กว่าแล้ว เพื่อนพ้องก็มาที่ห้องพวกเรา อยู่รอแฟนมารับไปส่งบ้าน ราวเกือบตี 3 พวกเราได้ยินเสียงเปิดประตูของห้องน้องด้านข้างและก็ปิด แล้วก็เสียงคนเดินออกไป พวกเราก็รีบแอบเปิดทางออกไปดูให้ทันตอนเค้าเลี้ยวลงบันไดพอดิบพอดี แต่ภาพที่มองเห็นเป็นน้องเค้าเดินลงไปกับน้องหญิงคนหนึ่ง หน้าตาสวย แถมน้องผู้หญิงคนนั้นยังหันมายิ้มให้พวกเราด้วยแบบขำๆพวกเราก็แบบ ตายห่าละ แฟนเค้าหรือไม่? สงสัยไปเล่าให้แฟนฟังหมดแล้วมั้ง เรื่องที่เราโทรไป ก็เลยแบบเฟลอ่ะ ก็กลับมาบ่นกับเพื่อนว่า เนี่ย..น้องข้างห้องออกไปกับแฟน เซ็งเลย

คืนต่อมา น้องเค้าก็โทรมาคุย (เอ๊ะ หรือเราโทรไปไม่แน่ใจ) ก็คุยนั่นโน่นนี่ไปเรื่อย ทีแรกเราไม่กล้าถามเรื่องแฟน จนแบบ โอเค คุยกันจนขนาดนี้ เข้าเรื่องได้ละมั้ง เลยแอบหยอดๆ ไปว่า ‘เมื่อคืนออกไปไหนกันเหรอ? ออกไปกินข้าวหรือส่งแฟนกลับหอ?’ ทีแรกน้องเค้าก็นึกว่าเราเล่นมุก เลยแบบ ‘ครับ..ไปส่งแฟน’ เราก็บอก ‘เออ แฟนน่ารักดีนะ บลาๆ’ จนน้องบอก ‘พี่อำผมเล่นใช่มะ?’ พอเราเล่าสิ่งที่เห็นให้เค้าฟัง เค้าก็บอก ‘แป๊บนะพี่..’ แล้วก็โทรเรียกเพื่อนๆ ขึ้นมาเลยจ้า เพื่อนน้องก็มาถามเราว่า คนที่เห็นใช่ใครในกลุ่มไหม? ซึ่งมันไม่ใช่ เราก็บอกรูปพรรณสันฐานไปว่า เป็นผู้หญิงผิวขาว ผมบ๊อบหน้าม้า ใส่เสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้น พอไม่ได้เรื่องก็โทรถามทุกห้องในชั้น 4 เลย ว่าตอนประมาณเกือบตี 3 เมื่อคืน มีใครออกจากห้องไหม? ก็ไม่มี.. กลายเป็นเรื่องใหญ่เลยจ้า และพี่ที่ดูแลหอ แน่นอนว่านางต้องปฏิเสธไปตามระเบียบ ว่าหอไม่มีผี..

ตัวน้องผู้ชาย (ซึ่งบัดนี้คลุมโปง ไม่รู้กลัวผีหรือกลัวเรา) ยืนยันว่าออกไปคนเดียว ไม่มีผู้ติดตาม และฮีออกไปร้านเกม จากนั้นการสืบสวนก็เกิดขึ้น ได้ความแรกมาว่า ก่อนหน้าที่น้องเค้าจะย้ายขึ้นมา มีน้องผู้ชายคนหนึ่งมาอยู่ได้ไม่ถึงเดือนก็ขอย้ายออก เพราะมีคืนหนึ่งมองจากระเบียงออกไปที่ทางสามแพร่งหน้าหอ เห็นผู้หญิงชุดขาวคนหนึ่งยืนอยู่ ตรงรั้วริมถังขยะ กำลังมองขึ้นมา รูปพรรณสันฐานคล้ายกับที่เราเห็นเลย

นั่นทำให้เรานึกย้อนไปถึงเมื่อตอนที่เราไปเที่ยว แล้วแฟนของเพื่อนมาส่งที่หอ มันทำท่ากลัวๆ แล้วบอกว่า ‘อยู่หอนี้เหรอวะ หอผีสิงนะเว้ย!’ เราเลยกลับไปถามแฟนเพื่อน มันบอกว่า ‘ก็ไม่เชิงผีสิงหรอก แต่เคยมีคนที่รู้จักอยู่หอนี้ เป็นผู้หญิงน่ารัก ถูกรถชนตาย แต่ไม่รู้ว่าจะคนเดียวกันหรือเปล่านะ..’ ส่วนตอนที่เราเห็นน้องผู้หญิง คือแบบว่า มันไม่เหมือนผีเลยนะ มูฟเมนท์อะไรก็คือเหมือนคนปกติ แถมยิ้มให้อีกต่างหาก! เลยไม่รู้สึกอะไร ปกติก็ไม่ใช่คนกลัวผี เจอเรื่องแปลกๆ จนชิน.. ส่วนน้องผู้ชายข้างห้อง พอเกิดเรื่องฮีก็ไม่สามารถนอนคนเดียวได้เลยจ้า ต้องขอลงไปนอนกับเพื่อนที่ชั้น 2 แล้วก็ย้ายลงไปทันทีตอนสิ้นเดือน เรานี่อย่างเซ็ง 555…

Uncategorized

สาวปากฉีก ตำนานผีเมืองญี่ปุ่น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
สาวปากฉีก ตำนานผีเมืองญี่ปุ่น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน
สาวปากฉีก ตำนานผีเมืองญี่ปุ่น

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สาวปากฉีก ตำนานผีเมืองญี่ปุ่น

สาวปากฉีกเป็นตำนานเมือง (urban legend) ของญี่ปุ่นที่มี การแพร่ระบาด เป็นระยะๆ ตามตำนานกล่าวไว้ว่า สาวปากฉีก หรือ คุชิซาเกะอนนะ เป็นผีญี่ปุ่นที่มีชื่อเสียงอีกตนหนึ่ง ลักษณะของสาวปากฉีกคือ ปากจะฉีกถึงใบหู เรื่องเล่าของสาวปากฉีกมีทั้งฉบับดั้งเดิมกับฉบับปัจจุบัน ตำนานสาวปากฉีกในสมัยเฮอันเล่ามาว่า มีหญิงสาวที่งดงามยิ่งนัก ไม่เป็นรองใครในแผ่นดิน เป็นภรรยาของซามูไรที่มีชื่อเสียง แต่โชคร้ายที่สามีของเธอ สงสัยว่าเธอจะไปมีชู้ ด้วยความโกรธจึงใช้ดาบคาตานะ ตัดปากของเธอจนฉีกถึงใบหู เพื่อทำลายความงามของเธอ พร้อมทั้งถากถางว่า อย่างนี้แล้วใครจะคิดว่าเธองดงามอีก

สาวปากฉีกเมื่อตายไปจึงกลายเป็นวิญญาณพยาบาท มีพฤติกรรมที่น่ากลัว คือ มักจะยืนอยู่ตรงริมถนน ในช่วงเย็นๆถึงค่ำ ในวันที่หมอกลง และจะสวมผ้าปิดปากไว้ พอใครเดินผ่านมาจะเข้าไปทัก แล้วถามว่า ฉันสวยไหม? ถ้าตอบกลับไปว่าก็สวยแล้วสาวปากฉีกจะถอดผ้าปิดปากออก แล้วถามอีกครั้งว่า แล้วแบบนี้ล่ะ? เหยื่อที่เห็นใบหน้าที่แท้จริงของสาวปากฉีก ถ้าตกใจแล้วพยายามวิ่งหนี สาวปากฉีกจะวิ่งไล่ และหนียังไงก็หนีไม่พ้น สาวปากฉีกจะเล่นงานเหยื่อโดยจะตัดให้ปากฉีกเหมือนเธอ เชื่อกันว่าหากถูกสาวปากฉีกวิ่งไล่ให้โยนขนมหวานชื่อดัง จะดึงความสนใจสาวปากฉีกไปที่อื่นได้ และยังมีเรื่องเล่าต่อเนื่องในการตอบคำถามของเธอครั้งที่สอง หากตอบว่าไม่สวยเธอก็จะวิ่งไล่และเล่นงาน แต่หากตอบว่า ก็ดูปกติดีนี่ ก็สวยดีนี่ สาวปากฉีกจะพอใจและไม่ทำร้ายเหยื่อ แล้วจากไปแต่โดยดี

สาวปากฉีกจะเป็นอันตรายกับมนุษย์หรือไม่ แล้วแต่สถานการณ์ เธอมีความรวดเร็วสูง และใช้มนต์มายาได้เล็กน้อย ชื่นชอบเวลาได้รับคำชม หรือรู้สึกว่าตัวเองสวย เกลียดคนที่พูดโกหก และคนที่กลัวเธอ เมื่อตำนานดังกล่าวเผยแพร่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือเด็กทุกคนรวมถึงผู้ใหญ่ ประชาชนทุกคนในประเทศญี่ปุ่นต่างเตรียมมาตรการป้องกันกันอย่างจริงจัง ถึงขนาดรัฐบาลออกโฆษณามาเลยนะ เด็กทุกคนจะต้องพกลูกกวาดติดกระเป๋า (พ่อแม่บางคนถึงกับต้องเช็คกระเป๋าลูกทุกครั้งก่อนออกจากบ้านว่ามีลูกกวาดอยู่หรือไม่) หากเดินในที่เปลี่ยวๆก็ต้องท่องคาถา บทสวดมนต์ไปตลอดทาง มีคนอ้างว่าเจอสาวปากฉีกไม่น้อยรายและมาออกรายการสยองขวัญตามทีวีจนเป็นที่โด่งดัง อุปทานหมู่ดังกล่าวเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในปี 1979 จากนั้นค่อยๆซาลง และกลับมาระบาดอีกครั้งในปี 2004 และ 2007 ตามลำดับ…

Uncategorized

สามเณรที่สูญหาย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
สามเณรที่สูญหาย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

สามเณรที่สูญหาย

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สามเณรที่สูญหาย

เรื่องมีอยู่ว่า สมัยก่อนที่วัดแห่งหนึ่งใน นครสวรรค์มีพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เป็นรูปปางยืน ขนาดเท่าตัวคนจริง เป็นพระพุทธรูปที่หลอมขึ้นมาใหม่นำมาที่วัดได้ไม่นาน

ที่ วัดนั้นมีเณรและพระมาบวชกันจำนวนมากพอสมควร มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีเหตุการณ์แปลก คือ สามเณร ที่วัดหายตัวไปทีละคน ตอนแรกเจ้าอาวาสก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าสามเณรคงจะหนีกลับบ้าน ก็ได้เพราะยังเด็กอยู่อาจคิดถึงบ้าน

แต่แล้วสามเณรก็หายไปมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าอาวาสก็เริ่มเอะใจ จนมาเป็นเรื่องกันตอนที่โยมพ่อ โยมแม่ ของสามเณรที่หายมาหาก็บอกว่าไม่ได้กลับไปบ้าน ช่วงนั้นพระผู้ดูแลโบสถ์ท่านบอกว่า เห็นว่ามีเศษผ้าจีวรขาดๆ
ไปติดอยู่ที่ปากพระพุทธรูปที่ว่า เอาออกหลายครั้งแล้วก็มีมาใหม่ทีแรกคิดว่าอาจมีใครเล่นพิเรนมากลั่นแกล้งแต่ท่านมาสังเกตุเห็นว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดใหญ่ขึ้น
จากตอนแรกท่านว่าขนาดเท่าคนจริง ตอนนี้สูงสัก 2 เมตรได้แล้วมั้ง
ท่าน ว่าท่านคงคิดมาก ก็ไม่ค่อยได้ติดใจอะไร แต่ก็กำชับไม่ให้พระ สามเณร ออกมาข้างนอกตอนยามวิกาล แต่จะเห็นได้ว่าสามเณรที่หายตัวไป ส่วนมากจะอยู่กุฎิแถวๆพระพุทธรูปนั้นแต่เหตุการณ์ก็ยังต่อเนื่องอยู่ สามเณรก็ยังคงหายตัวไปอีก
เจ้า อาวาสรู้สึกผิดสังเกตมาก จนพระท่านที่เฝ้าโบสถ์เรียกเจ้าอาวาส วิ่งมาด้วยความตกใจ เรียกเจ้าอาวาสไปดูอะไรอย่างหนึ่ง เมื่อท่านเจ้าอาวาสมาพบก็ได้แต่ตะลึง เพราะพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว จากตอนแรกที่ผมบอกว่าเป็นปางยืน ขณะนี้ได้อยู่ในท่าปางนอน เป็นท่านอนตะแคงแล้วเอามือข้างหนึ่งดันเศียรเอาไว้ แล้วขนาดก็ใหญ่ขึ้นด้วย
ท่านบอกว่าตอนนั้นใหญ่กว่าคน 3 คนอีกแล้วที่น่ากลัวคือ พบเศษจีวรติดที่แถวปากพระพุทธรูปนั้นอีกแล้ว
เห็นอย่างนี้ท่านเจ้าอาวาสก็ไม่รอช้า จัดเวรยามเฝ้าพระพุทธรูปองค์นี้จนเช้า
วัน รุ่งขึ้นจึงจ้างช่างประตู ทำเป็นประตูเหล็กล้อมกรอบให้ขนาดใหญ่กว่าตัวพระพุทธรูปเล็กน้อย ล้อมจนหมด นับจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์สามเณรหายอีกเลย แล้วก็ไม่พบสามเณร ที่สูญหายไปจนถึงเดี๋ยวนี้เช่นกัน

-เรื่องนี้ฟัง มาจากผู้สูงอายุ แถวบ้านนะ ฟังหูไว้หู ที่จริงไม่อยากเล่าเท่าไรเพราะเกี่ยวเนื่องถึงพระพุทธรูป อาจเป็นการทำลายศาสนาในทางลบได้ แต่มูลเหตมีจริง คนที่อยู่นครสวรร ถ้าอยากรู้ไปวัดวัดหนึ่ง ที่อยู่แถวๆตีนเขา เข้าไปท่านจะเห็นพระพุทธรูปปางนอน ขนาดยาวประมาณ 3-4 ช่วงคน ถูกตีประตูล้อมเอาไว้ขนาดใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย ไม่มีเครื่องหอมบูชา ไม่ให้กราบไหว้ แล้วก็ประตูถูกล็อคปิดตาย!!

 …

Uncategorized

เด็กนี่ ใคร… เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
เด็กนี่ ใคร… เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เด็กนี่ ใคร… 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เด็กนี่ ใคร…

คุณรัน เป็นเด็กสาว ตจว. ที่ขึ้นมาเรียนต่อ กทม.
รันมักจะเห็นอะไรแปลกๆ อยู่บ้าง นานๆ ครั้ง
กลัวบ้าง ไม่กลัวบ้าง แล้วแต่สถานการณ์
ในช่วงปิดเทอม รันก็มักจะกลับบ้านที่ ตจว.เกือบทุกเทอม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ใน ช่วงปิดเทอม ปลายภาค
วันแรกที่รันกลับถึงบ้าน เจอพี่น้อง ปู่ย่า ตายาย
ลุงป้าน้าอา ก็ดีใจตามประสาคนที่นานๆจะเจอกันที
แล้วอยู่ๆ แฟนของน้องสาวรัน (ขอเรียกน้องว่าสุ)
ก็โทรเข้ามาแจ้งเหตุบางอย่าง

….น้องสาวของแฟนสุ รถล้ม และเสียชีวิต
เย็นวันนั้น จากที่เราวางแผนว่าจะจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างที่บ้าน
ก็ต้องยกเลิก คงจะต้องไปงานศพแทน
รันไม่เคยเจอหน้าน้องสาวแฟนสุเลย (น้องที่เสียชีวิต)
แต่ก็ด้วยเป็นงานศพของน้องสาวแฟนสุ ก็ควรต้องไปด้วย

พวกเราออกเดินทางไปงานศพกันตอนประมาณ 5 โมงเย็น
งานศพอยู่ต่างอำเภอ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง
เราถึงงานศพกันประมาณเกือบ 1 ทุ่มแล้ว
งานจัดที่บ้าน จากนั้นก็ไหว้ศพกันปกติทั่วไป
อยู่ที่งานศพประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับบ้าน

กลับถึงบ้านก็ประมาณ 4 ทุ่มแล้ว ต่างคนต่างง่วงนอน
รันกับสุนอนด้วยกันในห้อง ส่วนผู้ใหญ่ กับพี่สาวนอนนอกห้อง
รันก็หลับไปด้วยความเพลีย รู้สึกปวดฉี่ตอนประมาณตี 1
ก็ลืมตาแบบสะลึมสะลือ เพื่อจะไปเข้าห้องน้ำที่อยู่นอกห้อง
ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น รันหันไปเห็นแสงสีฟ้าสลัวๆ อยู่ทางขวามือ
จึงพยายามเพ่งมอง พยายามโฟกัสสายตาเท่าไหร่ก็ไม่ชัด
แต่สิ่งที่เห็นในความไม่ชัด นั่นคือ…เด็กผู้ชายในชุดนอน
สมองรันประมวลผลในเวลา 5 วินาที ว่าสิ่งนี้คืออะไร
ผี…? ใช่แล้วละ ผีแน่ๆ แล้วอิผีเด็กนี่ใคร มาทำไม
รันคิดในใจ อยู่ตรงนั้นนะ ไม่ต้องเข้ามา..
ผีเด็กชาย เลื่อนเข้ามาหาช้าๆ รันเริ่มเหงื่อตก หัวใจเต้นแรง
คิดในใจต่อ อย่ามาโดนตัวตูนะเว้ยเห้ย…
ผีเด็กชาย ยื่นมือมาลูบที่แขนรัน… แล้วยิ้ม
รันรู้สึกเหมือนจะเป็นลม แต่สมองก็ประมวลผลต่อไปว่า..
หรือน้องสาวแฟนสุ ที่ไปงานศพเมื่อเย็น จะตามมา
ไม่สิ…น้องที่ตายเป็นหญิง แล้วอิเด็กผู้ชายนี่มาจากไหน

ทันใดแสงไฟจากนอกห้องก็สว่างพรึบ! ป้าลุกมาเข้าห้องน้ำ
ส่วนผีเด็กผู้ชาย ก็หายไปพร้อมแสงไฟ
รันรีบวิ่งออกไปรอป้าหน้าห้องน้ำ ปวดฉี่จะแย่…
รันไม่กล้าเล่าให้ป้าฟังตอนนี้ ยังสยองอยู่ บรึ๋ยๆ
ฉี่เสร็จ ก็กลับมานอนปกติ แต่เบียดสุ สุดชีวิต

เช้ามา รันรีบเล่าให้ทุกคนในบ้านฟัง
หลังจากที่ทุกคนฟังแล้วก็ร้อง อ๋อ…….
แล้วป้าก็เล่าให้รันฟัง คืองี้ ตอนช่วงที่รันไปเรียน กทม.
ป้าไปได้กุมารทองมาจากพระวัดนึง
พระบอกว่าเป็นวิญญาณเด็ก เขาจะมาช่วยเรื่องค้าขาย
และเฝ้าบ้าน ถ้าใครแปลกหน้ามานอน ต้องจุดธูปบอกเขาก่อน
พอดีตอนที่รันมาถึง ยังไม่ทันได้คุยถึงเรื่องนี้ ก็ไปงานศพ
ทุกคนก็ลืมบอกรัน ป๊าดดโธ๊ นี่รันไม่ใช่คนแปลกหน้านะ
รันชักจะโมโห อะไรกัน มาหลอกรันแบบนี้ทำไม
สุดท้าย รันก็ยอมแพ้ด้วยการไปซื้อรถของเล่นมาให้ 1 คัน
ป้องกันการหลอกหลอน เหอๆ จากนั้นก็ไม่เคยเจออีกเลย…

 …

Uncategorized

นรกของโทมิโนะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
นรกของโทมิโนะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

นรกของโทมิโนะ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน นรกของโทมิโนะ

บทกวีอาถรรพณ์ที่มีชื่อว่า “นรกโทมิโนะ” ถูกเขียนขึ้นในช่วงต้นปี 1900 เกี่ยวกับเด็กผู้ชายโทมิโนะที่ตายเนื่องจากโดดเดี่ยวแล้วก็ตกลงไปในนรกซึ่งมีแต่ความทุกข์ทรมาน ตามตำนานเล่ากันว่า หากคนไหนกันเผลอไปอ่านบทประพันธ์นี้ออกมาดังๆแล้วล่ะคนๆนั้นจะเจ็บป่วย ทำร้ายตัวเอง เกิดอุบัติเหตุและตายในที่สุด…

Uncategorized

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วัดปราสาท จ.นนทบุรี

Posted by Pinkie on
เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วัดปราสาท จ.นนทบุรี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วัดปราสาท จ.นนทบุรี

วัดปราสาท เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นใน สมัยอยุธยา ตอนกลาง ทั้งนี้เคยมีคนขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถที่มีอายุถึง 300 ปี ว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า “แม่”

และ “เจ้าแม่” เวลากลางคืน หากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวง น่ากลัวผู้ใดไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหรือหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ มักจะพบกับเหตุการณ์แปลก ๆ กับตนเอง จนกลายเป็นเรื่องเล่าน่าขนหัวลุก…

Uncategorized

อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม” เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม” เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม”

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม”

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก!!  16 ศพจมน้ำ กาญจนบุรี!! ที่ “ถ้ำลั่นทม” ใต้น้ำ ลึกลงไป 45 เมตร!!

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 59 ได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยว ชาวพม่าสูญหาย ใต้น้ำ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เช่าแพลากออกไปจากฝั่งประมาณ 3 กิโล ผูกแพทิ้งไว้ 1 คืน บริเวณที่ผูกแพไว้นั้น อ่างจาก”ถ้ำลั่นทม”เล็กน้อย ภายในถ้ำแห่งนี้ ลึกมาก เคยลงไปสำรวจถึงก้นถ้ำ แต่ต้องมาเจออาถรรพ์เสียก่อน และไม่มีใครกล้ามาพักแถวนี้อีก

เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ พักทานอาหารเย็นกัน พร้อมตั้งวงดื่มกัน เมื่อมีอาการมึนเมาจึงชวนกันไปเล่นน้ำ ในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ได้กระโดดลงไป 3 คน 1 ในนั้นไม่โผล่ขึ้นมา จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลแพให้มาช่วยเหลือ ประสานงานทางมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ช่วยกันระดมหา จนถึง 7โมงเช้าแต่ไม่เจอ ต้องขอความช่วยเหลือจากชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 เข้าช่วยเหลืออีกกำลังหนึ่ง
เริ่มวางแผนจากจุดที่จะค้นหา สำรวจใต้น้ำ โดยทิ้งทุ่นลงไปปรากฏว่า ความลึกอยู่ที่ 30 เมตร ไตรระดับลงไปเรื่อยๆใช้ไฟฉายส่องไปรอบๆพบหน้าผาหินมีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ความชันประมาณ 70 องศา ไตร่ลงไปลึกที่ 45 เมตร ทันใดนั้น เมื่อส่องไฟฉายไปพบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่บนโขดหิน จึงนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมา ในขณะที่นำราวขึ้นมาอีกประมาณ 15 จะถึงผิวน้ำ ขณะนั้นร่างทั้งสองคนไปติดกับต้นไม้รก จึงไม่สามรถพาขึ้นมาได้ ตอนนั้นทิ้งร่างผู้เสียชีวิตลงไป เอาชีวิตตัวเองรอดก่อน โดยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เจอร่างผู้ตายแล้วไม่สามารถเอาขึ้นมาได้ มีอุปสรรค์มากมาย ในขณะที่นำศพขึ้นมานั้น ร่างทั้งสองติดกับต้นไม้ใหญ่พยายามแกะอยู่นานไม่หลุดจึงปล่อยศพให้หลุดไปยังพื้นน้ำอีกครั้ก
ทันใดนั้นเมื่อส่องไฟฉายลงไป ไม่อยากจะเชื่อสายตาย เห็นผู้ชายผมยาวแหงนมองหน้า เลยไม่กล้ามองลงไป จึงรีบขึ้นมาแต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จากนั้นนำเชือกลงไปผูกกับผู้ร้างตายลากขึ้นมาจนสำเร็จ
ต่อมาหลังตากช่วยเหลือจนสำเร็จ ทีมกู้ภัยที่มาช่วยก่อนหน้าเล่าว่า ที่ตรวนั้นมีถ้ำใต้น้ำ ชื่อ ถ้ำลั่นทม มีคนตายมาแล้วหลายราย และเป็นที่อยู่ของพญานาค ใครที่มานอนก็จะฝันเห็นเด็กวิ่งเล่นมรแพ หากจะให้เจอศพต้องจุดธุป 16 ดอกขอขมาก่อน ตอนที่พบศพมีน้ำวนอยู่ตลอดเวลา เรื่องนี้ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่ว่ากัน แต่เรื่องนี้เป้นสิ่งี้ลับที่มองไม่เห็นและไม่สามารถพิสูทจ์ได้จริงๆ

** เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน**…

Uncategorized

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
คฤหาสน์วินเชสเตอร์ ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คฤหาสน์วินเชสเตอร์

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ / ในยุคที่คนขาวรุกรานถิ่นอินเดียแดง พวกอินเดียแดงมีวิธีต่อสู้กับอาวุธปืนด้วยการขี่ม้าวนไปรอบๆเพื่อล่อให้ยิง พอคนขาวกำลังบรรจุกระสุนใหม่ก็เป็นโอกาสเข้าโจมตีของอินเดียแดงเพราะปืนไรเฟิลยุคนั้นบรรจุกระสุนได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น จนเมื่อโอลิเวอร์ วินเชสเตอร์สร้างปืน ไรเฟิลที่บรรจุกระสุนได้ถึง 13 นัดในคราวเดียว พวก อินเดียแดง ก็ล้มตายราวกับใบไม้ กระทั่ง มีการเรียกปืนไรเฟิลรุ่น ปี 1873 ของวินเชสเตอร์ว่า”ปืนพิชิตตะวันตก” (The gun that won the West) วิลเลียม เวิร์ต วินเชสเตอร์ ผู้เป็นลูกชายได้ขายปืนให้รัฐบาลอเมริกา มันถูกนำไป ใช้ในทางการทหารและแพร่หลายไปจนทั่วโลก ตระกูลวินเชสเตอร์จึงร่ำรวยอย่างมหาศาล

ปี ค.ศ.1862 วิลเลี่ยมสมรสกับซาราห์ (หานามสกุลเดิมไม่เจอ ทั้งในหนังสือและในเว็บ เอาเป็นว่านางสาวซาราห์ ไม่ทราบนามสกุลก็แล้วกันครับ) บ้านเดิมเธออยู่ที่เมืองนิวฮาเวน รัฐคอนเน็คติคัต แต่งงานได้ 4 ปีเธอก็ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก ชื่อแอน แต่เดือนต่อมาแอนก็ เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ และทั้งสองก็ไม่เคยมีลูกอีกเลย

ปี ค.ศ.1880 โอลิเวอร์เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน วิลเลียมจึงเข้าดูแลกิจการแทนพ่อ ได้เพียง 1 ปี วิลเลียมก็เสียชีวิตด้วยวัณโรคอีก ซาราห์โศกเศร้าเสียใจอย่างมาก ประกอบกับ เธอค่อนข้างจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ จึงไปปรึกษานักจิตศาสตร์ที่บอสตัน

เธอได้รับคำแนะนำ ว่าโชคร้ายที่ประดังเข้ามานี้ล้วนเกิดจากความแค้นของผู้คนที่ตายด้วยปืนของตระกูลสามีเธอ ให้เธอย้ายบ้านไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกเสีย และสร้างบ้านให้เกิดเสียงดังตลอดเวลาเพราะเสียง ค้อนตอกตะปูในเวลาสร้างบ้านจะตอกย้ำเข้าไปในรูหูของปีศาจ ทำให้มันไม่กล้ามารบกวน

ซาราห์จึงย้ายบ้านมาอยู่ที่เมืองซานโฮเซ่ ทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย ซื้อบ้านเก่า หลังใหญ่ มีห้องจำนวน 8 ห้อง ตั้งอยู่บนที่ดินผืนโต จ้างคนสวน 12 คน คนรับใช้ 10 คน และช่างไม้อีกจำนวนมาก เพื่อที่จะให้สร้างและต่อเติมบ้านของเธออยู่ตลอดเวลา ซาราห์ ให้สร้าง “ห้องสีฟ้า” อันเป็นห้องลับสุดยอดที่เธอจะใช้ติดต่อกับวิญญาณที่ดี เพื่อช่วย คุ้มครองและแนะนำการต่อเติมบ้านให้เธอ ซาราห์เชื่อว่าพวกผีแต่ละตนมักจะพิกลพิการ
เธอจึงให้สร้างประตูลับ ประตูกล บันไดหลอก

และประตูปลอมเอาไว้มากมาย เพื่ออำนวย ความไม่สะดวกให้พวกภูตผีที่จะเข้ามารังควานเธอ บ้านหลังนี้มีห้องนอน 43 ห้อง ที่เธอ จะแอบเข้าไปนอนโดยไม่บอกใครว่าคืนนี้จะนอนห้องไหน กลัวผีตามถูกห้องว่างั้นเถอะ
ส่วนห้องสีฟ้าของเธอนั้น กว่าจะเข้าไปได้เธอต้องเดินไปตามระเบียงยาวคดเคี้ยวไปมา จนถึงผนังตันก็กดปุ่มลับเลื่อนผนังเปิดเข้าไปในห้อง

แล้วปีนหน้าต่างข้ามไปยังห้องติดกัน ขึ้นบันไดอีก 1 ชั้นแล้วย้อนกลับลงมาชั้นเดิม เดินต่อไปจนถึงทางแคบเล็กที่มีประตูกล หมุนเข้าสู่ห้องลับ และเปิดตู้เสื้อผ้าที่ภายในเป็นทางลับเข้าสู่ห้องสีฟ้าของเธอ (ปวดหัวแทน)

ประตูหลอกที่เปิดไปเจอผนังตัน และบันไดที่เดินขึ้นไปจนจรดเพดาน ประตูหลอกที่ถ้าขืนดื้อเดินออกไปก็จะหล่นปุ๊ลงไปจากชั้น 2 ซาราห์ต่อเติมบ้านหลังนี้จนสลับซับซ้อน เมื่อปี ค.ศ.1907 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บ้านของเธอจากที่มี 7 ชั้นก็พังลงเหลือ 4 ชั้น และเธอก็หลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง จนเธอคิดว่าคงไม่รอดแน่แล้ว แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากภายนอกได้ทัน

ในคืนวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1922 ขณะที่ช่างไม้ 2 คนกำลังทำงานอยู่บนหลังคา ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาใกล้ๆ ช่างไม้ทั้ง 2 กลัวจึงหยุดงานแล้วลงมาข้างล่าง และในคืนนั้นเอง ซาราห์ก็ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยวัย 83 ปี เป็นการปิดฉากตำนานการ “สร้างบ้านหลอกผี” แต่เพียงเท่านี้

บ้านหลังนี้มีมูลค่า 5,500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มีห้องทั้งหมด 160 ห้อง สูง 4 ชั้น (จากเดิม 7 ชั้น) ห้องใต้ดิน 2 ชั้น ประตู 950 บาน หน้าต่างประมาณหมื่นบาน เตาผิง 47 เตา บันได 40 ที่ (376 ขั้น) และห้องจัดเลี้ยงอีก 2 ห้อง บ้านของเธอถูกเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง จนสุดท้ายตกมาเป็นสมบัติของชาติ มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1973 และขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ.1984

ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของแคลิฟอร์เนีย โดยการเข้าชม ต้องมีไกด์นำทางไปด้วย เพราะบ้านเขาวงกตนี้ไม่ได้หลอกแค่ผี คนธรรมดาและตัวไกด์เองก็ยังหลงทางเอาได้ง่ายๆ…