วิญญาณห่วง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

วิญญาณห่วง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน
วิญญาณห่วง 

วิญญาณห่วง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ย้อนไปในสมัย 5 ปีก่อน ตอนนั้นผมอยู่แค่ม.3 ผมเป็นพวกชอบฟัง เรื่องผี และดันชอบคนเดียวในห้องซะด้วย ทำให้ผมมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียว เพราะมีแต่คนกลัวว่าผมจะเล่าเรื่องผีให้ฟัง
เพื่อนผมชื่อกัน กันเป็นคนผิวเข้ม แขนขายาว สูง 179 เซ็นติเมตร มันเป็นคนที่ตัวสูงคนหนึ่งในห้องเลย การเรียนดี กีฬาก็เก่ง แต่มีเรื่องเดียวที่มันกลัวจนหัวหดนั่นก็คือ ผีนั่นเอง ผมก็เคยถามนะว่าทำไมถึงมาเป็นเพื่อนกับผมทั้ง ๆ ที่กลัวผี มันก็บอกว่าการเป็นเพื่อนน่ะไม่จำเป็นต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องแบบนี้หรอก ผมก็เลยรู้สึกสบายใจที่มีเพื่อนสนิทดี ๆ ขนาดนี้
แต่เช้าวันหนึ่ง ขณะที่ผมซื้อของจากสหกรณ์มากินที่ใต้ตึกเรียน กันก็วิ่งมาหาผมแล้วนอนฟุบหลับไปเฉยเลย ผมก็งงว่ามันเป็นอะไร แต่ก็ปล่อยให้มันหลับไป
“เฮ้ย ไอ้โบ๊ต… กี่โมงแล้ว กูนอนนานไปป่ะวะ” กันตื่นมาถามด้วยเสียงงัวเงีย “นอนไปแค่ 2 นาทีเอง นอนต่อเถอะถ้าง่วงขนาดนี้” ผมตอบไปพร้อมเป็นห่วงที่กันมันง่วงจัดขนาดนี้ แต่แล้ว มันก็ตื่นมาด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วมองรอบตัวว่ามีใครสังเกตเขาไหม พอคนเริ่มน้อยลงกันก็ปริปากเล่าทันที
“เอ่อ… จำบ้านกูได้ใช่ปะ คือห้องกูมันก็รก ๆ ตามประสาผู้ชาย เมื่อวานกูนอนหลับอยู่ดี ๆ กูก็ได้ยินเสียงใครไม่รู้เดินมาจากหน้าบ้าน แล้วมาหยุดอยู่หน้าห้องกู มันเคาะห้องกูแรงดังปึง ๆ เลย พอกูคลุมโปงพยายามปิดหู มันเกิดโมโหอะไรไม่รู้ขึ้นมา เตะกระเป๋ากูลอยข้ามเตียงกูเลย แล้วมันตะโกนด่ากูอีก รู้ปะมันด่ากูว่าอะไร มันด่ากูว่า “ไม่สนใจกูใช่มั้ย เจอดีแน่!” พอกูได้ยินงี้กูก็นอนไม่หลับอะดิ กูก็เลยง่วงอย่างที่เห็น” กันเล่าเสร็จก็ขอตัวหลับ ส่วนผมที่นั่งฟังก็อึ้งกับสิ่งที่กันเล่า ไอ้กันมันเจอเรื่องแบบนี้ด้วยเหรอวะ นึกว่าเรื่องผีมันเป็นแค่เรื่องแต่งซะอีก แต่อีกใจหนึ่งผมก็มองว่ามันคงฝันเป็นตุเป็นตะล่ะมั้ง ผมก็เลยไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้เลยจนผมเลิกเรียน
วันนั้นจำได้เลยว่าตอนจะกลับบ้าน กันมันเดินเข้ารถพ่อของมัน พ่อของกันเป็นคนที่คลั่งไคล้พระเครื่องมาก แต่ยังไม่เซียนพอ เพราะลุงผมที่เป็นเซียนพระนั้นก็รู้จักพ่อของกันเป็นอย่างดี แต่วันนั้นทำให้ผมรู้สึกว่าครอบครัวของกันนั้น เริ่มไม่ปกติซะแล้ว เพราะในรถดันมีตัวอะไรไม่รู้ที่แห้งอย่างกับซากศพที่ถูกฝังมานาน แถมมันยังแยกเขี้ยวใส่พ่อและกันอย่างโกรธเกรี้ยวอีก ผมได้แต่ยืนนิ่ง และมองรถคันนั้นหายลับไป