Monthly Archives

16 Articles

Uncategorized

สามเณรที่สูญหาย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
สามเณรที่สูญหาย เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

สามเณรที่สูญหาย

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน สามเณรที่สูญหาย

เรื่องมีอยู่ว่า สมัยก่อนที่วัดแห่งหนึ่งใน นครสวรรค์มีพระพุทธรูปองค์หนึ่ง เป็นรูปปางยืน ขนาดเท่าตัวคนจริง เป็นพระพุทธรูปที่หลอมขึ้นมาใหม่นำมาที่วัดได้ไม่นาน

ที่ วัดนั้นมีเณรและพระมาบวชกันจำนวนมากพอสมควร มีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีเหตุการณ์แปลก คือ สามเณร ที่วัดหายตัวไปทีละคน ตอนแรกเจ้าอาวาสก็ไม่ได้คิดอะไร คิดว่าสามเณรคงจะหนีกลับบ้าน ก็ได้เพราะยังเด็กอยู่อาจคิดถึงบ้าน

แต่แล้วสามเณรก็หายไปมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าอาวาสก็เริ่มเอะใจ จนมาเป็นเรื่องกันตอนที่โยมพ่อ โยมแม่ ของสามเณรที่หายมาหาก็บอกว่าไม่ได้กลับไปบ้าน ช่วงนั้นพระผู้ดูแลโบสถ์ท่านบอกว่า เห็นว่ามีเศษผ้าจีวรขาดๆ
ไปติดอยู่ที่ปากพระพุทธรูปที่ว่า เอาออกหลายครั้งแล้วก็มีมาใหม่ทีแรกคิดว่าอาจมีใครเล่นพิเรนมากลั่นแกล้งแต่ท่านมาสังเกตุเห็นว่า พระพุทธรูปองค์นี้มีขนาดใหญ่ขึ้น
จากตอนแรกท่านว่าขนาดเท่าคนจริง ตอนนี้สูงสัก 2 เมตรได้แล้วมั้ง
ท่าน ว่าท่านคงคิดมาก ก็ไม่ค่อยได้ติดใจอะไร แต่ก็กำชับไม่ให้พระ สามเณร ออกมาข้างนอกตอนยามวิกาล แต่จะเห็นได้ว่าสามเณรที่หายตัวไป ส่วนมากจะอยู่กุฎิแถวๆพระพุทธรูปนั้นแต่เหตุการณ์ก็ยังต่อเนื่องอยู่ สามเณรก็ยังคงหายตัวไปอีก
เจ้า อาวาสรู้สึกผิดสังเกตมาก จนพระท่านที่เฝ้าโบสถ์เรียกเจ้าอาวาส วิ่งมาด้วยความตกใจ เรียกเจ้าอาวาสไปดูอะไรอย่างหนึ่ง เมื่อท่านเจ้าอาวาสมาพบก็ได้แต่ตะลึง เพราะพระพุทธรูปองค์ดังกล่าว จากตอนแรกที่ผมบอกว่าเป็นปางยืน ขณะนี้ได้อยู่ในท่าปางนอน เป็นท่านอนตะแคงแล้วเอามือข้างหนึ่งดันเศียรเอาไว้ แล้วขนาดก็ใหญ่ขึ้นด้วย
ท่านบอกว่าตอนนั้นใหญ่กว่าคน 3 คนอีกแล้วที่น่ากลัวคือ พบเศษจีวรติดที่แถวปากพระพุทธรูปนั้นอีกแล้ว
เห็นอย่างนี้ท่านเจ้าอาวาสก็ไม่รอช้า จัดเวรยามเฝ้าพระพุทธรูปองค์นี้จนเช้า
วัน รุ่งขึ้นจึงจ้างช่างประตู ทำเป็นประตูเหล็กล้อมกรอบให้ขนาดใหญ่กว่าตัวพระพุทธรูปเล็กน้อย ล้อมจนหมด นับจากนั้นก็ไม่มีเหตุการณ์สามเณรหายอีกเลย แล้วก็ไม่พบสามเณร ที่สูญหายไปจนถึงเดี๋ยวนี้เช่นกัน

-เรื่องนี้ฟัง มาจากผู้สูงอายุ แถวบ้านนะ ฟังหูไว้หู ที่จริงไม่อยากเล่าเท่าไรเพราะเกี่ยวเนื่องถึงพระพุทธรูป อาจเป็นการทำลายศาสนาในทางลบได้ แต่มูลเหตมีจริง คนที่อยู่นครสวรร ถ้าอยากรู้ไปวัดวัดหนึ่ง ที่อยู่แถวๆตีนเขา เข้าไปท่านจะเห็นพระพุทธรูปปางนอน ขนาดยาวประมาณ 3-4 ช่วงคน ถูกตีประตูล้อมเอาไว้ขนาดใหญ่กว่าตัวเล็กน้อย ไม่มีเครื่องหอมบูชา ไม่ให้กราบไหว้ แล้วก็ประตูถูกล็อคปิดตาย!!

 …

Uncategorized

เด็กนี่ ใคร… เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
เด็กนี่ ใคร… เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เด็กนี่ ใคร… 

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เด็กนี่ ใคร…

คุณรัน เป็นเด็กสาว ตจว. ที่ขึ้นมาเรียนต่อ กทม.
รันมักจะเห็นอะไรแปลกๆ อยู่บ้าง นานๆ ครั้ง
กลัวบ้าง ไม่กลัวบ้าง แล้วแต่สถานการณ์
ในช่วงปิดเทอม รันก็มักจะกลับบ้านที่ ตจว.เกือบทุกเทอม
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ใน ช่วงปิดเทอม ปลายภาค
วันแรกที่รันกลับถึงบ้าน เจอพี่น้อง ปู่ย่า ตายาย
ลุงป้าน้าอา ก็ดีใจตามประสาคนที่นานๆจะเจอกันที
แล้วอยู่ๆ แฟนของน้องสาวรัน (ขอเรียกน้องว่าสุ)
ก็โทรเข้ามาแจ้งเหตุบางอย่าง

….น้องสาวของแฟนสุ รถล้ม และเสียชีวิต
เย็นวันนั้น จากที่เราวางแผนว่าจะจัดปาร์ตี้ปิ้งย่างที่บ้าน
ก็ต้องยกเลิก คงจะต้องไปงานศพแทน
รันไม่เคยเจอหน้าน้องสาวแฟนสุเลย (น้องที่เสียชีวิต)
แต่ก็ด้วยเป็นงานศพของน้องสาวแฟนสุ ก็ควรต้องไปด้วย

พวกเราออกเดินทางไปงานศพกันตอนประมาณ 5 โมงเย็น
งานศพอยู่ต่างอำเภอ ใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงครึ่ง
เราถึงงานศพกันประมาณเกือบ 1 ทุ่มแล้ว
งานจัดที่บ้าน จากนั้นก็ไหว้ศพกันปกติทั่วไป
อยู่ที่งานศพประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับบ้าน

กลับถึงบ้านก็ประมาณ 4 ทุ่มแล้ว ต่างคนต่างง่วงนอน
รันกับสุนอนด้วยกันในห้อง ส่วนผู้ใหญ่ กับพี่สาวนอนนอกห้อง
รันก็หลับไปด้วยความเพลีย รู้สึกปวดฉี่ตอนประมาณตี 1
ก็ลืมตาแบบสะลึมสะลือ เพื่อจะไปเข้าห้องน้ำที่อยู่นอกห้อง
ยังไม่ทันได้ลุกขึ้น รันหันไปเห็นแสงสีฟ้าสลัวๆ อยู่ทางขวามือ
จึงพยายามเพ่งมอง พยายามโฟกัสสายตาเท่าไหร่ก็ไม่ชัด
แต่สิ่งที่เห็นในความไม่ชัด นั่นคือ…เด็กผู้ชายในชุดนอน
สมองรันประมวลผลในเวลา 5 วินาที ว่าสิ่งนี้คืออะไร
ผี…? ใช่แล้วละ ผีแน่ๆ แล้วอิผีเด็กนี่ใคร มาทำไม
รันคิดในใจ อยู่ตรงนั้นนะ ไม่ต้องเข้ามา..
ผีเด็กชาย เลื่อนเข้ามาหาช้าๆ รันเริ่มเหงื่อตก หัวใจเต้นแรง
คิดในใจต่อ อย่ามาโดนตัวตูนะเว้ยเห้ย…
ผีเด็กชาย ยื่นมือมาลูบที่แขนรัน… แล้วยิ้ม
รันรู้สึกเหมือนจะเป็นลม แต่สมองก็ประมวลผลต่อไปว่า..
หรือน้องสาวแฟนสุ ที่ไปงานศพเมื่อเย็น จะตามมา
ไม่สิ…น้องที่ตายเป็นหญิง แล้วอิเด็กผู้ชายนี่มาจากไหน

ทันใดแสงไฟจากนอกห้องก็สว่างพรึบ! ป้าลุกมาเข้าห้องน้ำ
ส่วนผีเด็กผู้ชาย ก็หายไปพร้อมแสงไฟ
รันรีบวิ่งออกไปรอป้าหน้าห้องน้ำ ปวดฉี่จะแย่…
รันไม่กล้าเล่าให้ป้าฟังตอนนี้ ยังสยองอยู่ บรึ๋ยๆ
ฉี่เสร็จ ก็กลับมานอนปกติ แต่เบียดสุ สุดชีวิต

เช้ามา รันรีบเล่าให้ทุกคนในบ้านฟัง
หลังจากที่ทุกคนฟังแล้วก็ร้อง อ๋อ…….
แล้วป้าก็เล่าให้รันฟัง คืองี้ ตอนช่วงที่รันไปเรียน กทม.
ป้าไปได้กุมารทองมาจากพระวัดนึง
พระบอกว่าเป็นวิญญาณเด็ก เขาจะมาช่วยเรื่องค้าขาย
และเฝ้าบ้าน ถ้าใครแปลกหน้ามานอน ต้องจุดธูปบอกเขาก่อน
พอดีตอนที่รันมาถึง ยังไม่ทันได้คุยถึงเรื่องนี้ ก็ไปงานศพ
ทุกคนก็ลืมบอกรัน ป๊าดดโธ๊ นี่รันไม่ใช่คนแปลกหน้านะ
รันชักจะโมโห อะไรกัน มาหลอกรันแบบนี้ทำไม
สุดท้าย รันก็ยอมแพ้ด้วยการไปซื้อรถของเล่นมาให้ 1 คัน
ป้องกันการหลอกหลอน เหอๆ จากนั้นก็ไม่เคยเจออีกเลย…

 …

Uncategorized

นรกของโทมิโนะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
นรกของโทมิโนะ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

นรกของโทมิโนะ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน นรกของโทมิโนะ

บทกวีอาถรรพณ์ที่มีชื่อว่า “นรกโทมิโนะ” ถูกเขียนขึ้นในช่วงต้นปี 1900 เกี่ยวกับเด็กผู้ชายโทมิโนะที่ตายเนื่องจากโดดเดี่ยวแล้วก็ตกลงไปในนรกซึ่งมีแต่ความทุกข์ทรมาน ตามตำนานเล่ากันว่า หากคนไหนกันเผลอไปอ่านบทประพันธ์นี้ออกมาดังๆแล้วล่ะคนๆนั้นจะเจ็บป่วย ทำร้ายตัวเอง เกิดอุบัติเหตุและตายในที่สุด…

Uncategorized

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วัดปราสาท จ.นนทบุรี

Posted by Pinkie on
เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วัดปราสาท จ.นนทบุรี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน วัดปราสาท จ.นนทบุรี

วัดปราสาท เป็นวัดเก่าแก่โบราณ สร้างขึ้นใน สมัยอยุธยา ตอนกลาง ทั้งนี้เคยมีคนขุดพบกำแพงเมืองรอบอุโบสถที่มีอายุถึง 300 ปี ว่ากันว่าเจ้าของสถานที่คือ พระนางอุษาวดีเทวี ชาวบ้านระแวกนั้นเรียกว่า “แม่”

และ “เจ้าแม่” เวลากลางคืน หากไปที่บริเวณคุ้มจะมีบรรยากาศวังเวง น่ากลัวผู้ใดไปแสดงกิริยาวาจาจ้วงจาบหรือหยาบคาย ไม่เคารพผู้เป็นเจ้าของสถานที่ มักจะพบกับเหตุการณ์แปลก ๆ กับตนเอง จนกลายเป็นเรื่องเล่าน่าขนหัวลุก…

Uncategorized

อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม” เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม” เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม”

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน อาถรรพ์เฮี้ยน “ถ้ำลั่นทม”

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ไม่เจอกับตัวไม่รู้หรอก!!  16 ศพจมน้ำ กาญจนบุรี!! ที่ “ถ้ำลั่นทม” ใต้น้ำ ลึกลงไป 45 เมตร!!

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. 59 ได้รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยว ชาวพม่าสูญหาย ใต้น้ำ โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ เช่าแพลากออกไปจากฝั่งประมาณ 3 กิโล ผูกแพทิ้งไว้ 1 คืน บริเวณที่ผูกแพไว้นั้น อ่างจาก”ถ้ำลั่นทม”เล็กน้อย ภายในถ้ำแห่งนี้ ลึกมาก เคยลงไปสำรวจถึงก้นถ้ำ แต่ต้องมาเจออาถรรพ์เสียก่อน และไม่มีใครกล้ามาพักแถวนี้อีก

เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ พักทานอาหารเย็นกัน พร้อมตั้งวงดื่มกัน เมื่อมีอาการมึนเมาจึงชวนกันไปเล่นน้ำ ในช่วงเวลาประมาณ 5 ทุ่ม ได้กระโดดลงไป 3 คน 1 ในนั้นไม่โผล่ขึ้นมา จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ดูแลแพให้มาช่วยเหลือ ประสานงานทางมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ช่วยกันระดมหา จนถึง 7โมงเช้าแต่ไม่เจอ ต้องขอความช่วยเหลือจากชมรมกู้ภัยทางน้ำภาค 7 เข้าช่วยเหลืออีกกำลังหนึ่ง
เริ่มวางแผนจากจุดที่จะค้นหา สำรวจใต้น้ำ โดยทิ้งทุ่นลงไปปรากฏว่า ความลึกอยู่ที่ 30 เมตร ไตรระดับลงไปเรื่อยๆใช้ไฟฉายส่องไปรอบๆพบหน้าผาหินมีต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ความชันประมาณ 70 องศา ไตร่ลงไปลึกที่ 45 เมตร ทันใดนั้น เมื่อส่องไฟฉายไปพบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่บนโขดหิน จึงนำร่างผู้เสียชีวิตขึ้นมา ในขณะที่นำราวขึ้นมาอีกประมาณ 15 จะถึงผิวน้ำ ขณะนั้นร่างทั้งสองคนไปติดกับต้นไม้รก จึงไม่สามรถพาขึ้นมาได้ ตอนนั้นทิ้งร่างผู้เสียชีวิตลงไป เอาชีวิตตัวเองรอดก่อน โดยเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เจอร่างผู้ตายแล้วไม่สามารถเอาขึ้นมาได้ มีอุปสรรค์มากมาย ในขณะที่นำศพขึ้นมานั้น ร่างทั้งสองติดกับต้นไม้ใหญ่พยายามแกะอยู่นานไม่หลุดจึงปล่อยศพให้หลุดไปยังพื้นน้ำอีกครั้ก
ทันใดนั้นเมื่อส่องไฟฉายลงไป ไม่อยากจะเชื่อสายตาย เห็นผู้ชายผมยาวแหงนมองหน้า เลยไม่กล้ามองลงไป จึงรีบขึ้นมาแต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟัง จากนั้นนำเชือกลงไปผูกกับผู้ร้างตายลากขึ้นมาจนสำเร็จ
ต่อมาหลังตากช่วยเหลือจนสำเร็จ ทีมกู้ภัยที่มาช่วยก่อนหน้าเล่าว่า ที่ตรวนั้นมีถ้ำใต้น้ำ ชื่อ ถ้ำลั่นทม มีคนตายมาแล้วหลายราย และเป็นที่อยู่ของพญานาค ใครที่มานอนก็จะฝันเห็นเด็กวิ่งเล่นมรแพ หากจะให้เจอศพต้องจุดธุป 16 ดอกขอขมาก่อน ตอนที่พบศพมีน้ำวนอยู่ตลอดเวลา เรื่องนี้ใครจะเชื่อหรือไม่ก็ไม่ว่ากัน แต่เรื่องนี้เป้นสิ่งี้ลับที่มองไม่เห็นและไม่สามารถพิสูทจ์ได้จริงๆ

** เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน**…

Uncategorized

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
คฤหาสน์วินเชสเตอร์ ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คฤหาสน์วินเชสเตอร์

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ / ในยุคที่คนขาวรุกรานถิ่นอินเดียแดง พวกอินเดียแดงมีวิธีต่อสู้กับอาวุธปืนด้วยการขี่ม้าวนไปรอบๆเพื่อล่อให้ยิง พอคนขาวกำลังบรรจุกระสุนใหม่ก็เป็นโอกาสเข้าโจมตีของอินเดียแดงเพราะปืนไรเฟิลยุคนั้นบรรจุกระสุนได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น จนเมื่อโอลิเวอร์ วินเชสเตอร์สร้างปืน ไรเฟิลที่บรรจุกระสุนได้ถึง 13 นัดในคราวเดียว พวก อินเดียแดง ก็ล้มตายราวกับใบไม้ กระทั่ง มีการเรียกปืนไรเฟิลรุ่น ปี 1873 ของวินเชสเตอร์ว่า”ปืนพิชิตตะวันตก” (The gun that won the West) วิลเลียม เวิร์ต วินเชสเตอร์ ผู้เป็นลูกชายได้ขายปืนให้รัฐบาลอเมริกา มันถูกนำไป ใช้ในทางการทหารและแพร่หลายไปจนทั่วโลก ตระกูลวินเชสเตอร์จึงร่ำรวยอย่างมหาศาล

ปี ค.ศ.1862 วิลเลี่ยมสมรสกับซาราห์ (หานามสกุลเดิมไม่เจอ ทั้งในหนังสือและในเว็บ เอาเป็นว่านางสาวซาราห์ ไม่ทราบนามสกุลก็แล้วกันครับ) บ้านเดิมเธออยู่ที่เมืองนิวฮาเวน รัฐคอนเน็คติคัต แต่งงานได้ 4 ปีเธอก็ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก ชื่อแอน แต่เดือนต่อมาแอนก็ เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ และทั้งสองก็ไม่เคยมีลูกอีกเลย

ปี ค.ศ.1880 โอลิเวอร์เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน วิลเลียมจึงเข้าดูแลกิจการแทนพ่อ ได้เพียง 1 ปี วิลเลียมก็เสียชีวิตด้วยวัณโรคอีก ซาราห์โศกเศร้าเสียใจอย่างมาก ประกอบกับ เธอค่อนข้างจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ จึงไปปรึกษานักจิตศาสตร์ที่บอสตัน

เธอได้รับคำแนะนำ ว่าโชคร้ายที่ประดังเข้ามานี้ล้วนเกิดจากความแค้นของผู้คนที่ตายด้วยปืนของตระกูลสามีเธอ ให้เธอย้ายบ้านไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกเสีย และสร้างบ้านให้เกิดเสียงดังตลอดเวลาเพราะเสียง ค้อนตอกตะปูในเวลาสร้างบ้านจะตอกย้ำเข้าไปในรูหูของปีศาจ ทำให้มันไม่กล้ามารบกวน

ซาราห์จึงย้ายบ้านมาอยู่ที่เมืองซานโฮเซ่ ทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย ซื้อบ้านเก่า หลังใหญ่ มีห้องจำนวน 8 ห้อง ตั้งอยู่บนที่ดินผืนโต จ้างคนสวน 12 คน คนรับใช้ 10 คน และช่างไม้อีกจำนวนมาก เพื่อที่จะให้สร้างและต่อเติมบ้านของเธออยู่ตลอดเวลา ซาราห์ ให้สร้าง “ห้องสีฟ้า” อันเป็นห้องลับสุดยอดที่เธอจะใช้ติดต่อกับวิญญาณที่ดี เพื่อช่วย คุ้มครองและแนะนำการต่อเติมบ้านให้เธอ ซาราห์เชื่อว่าพวกผีแต่ละตนมักจะพิกลพิการ
เธอจึงให้สร้างประตูลับ ประตูกล บันไดหลอก

และประตูปลอมเอาไว้มากมาย เพื่ออำนวย ความไม่สะดวกให้พวกภูตผีที่จะเข้ามารังควานเธอ บ้านหลังนี้มีห้องนอน 43 ห้อง ที่เธอ จะแอบเข้าไปนอนโดยไม่บอกใครว่าคืนนี้จะนอนห้องไหน กลัวผีตามถูกห้องว่างั้นเถอะ
ส่วนห้องสีฟ้าของเธอนั้น กว่าจะเข้าไปได้เธอต้องเดินไปตามระเบียงยาวคดเคี้ยวไปมา จนถึงผนังตันก็กดปุ่มลับเลื่อนผนังเปิดเข้าไปในห้อง

แล้วปีนหน้าต่างข้ามไปยังห้องติดกัน ขึ้นบันไดอีก 1 ชั้นแล้วย้อนกลับลงมาชั้นเดิม เดินต่อไปจนถึงทางแคบเล็กที่มีประตูกล หมุนเข้าสู่ห้องลับ และเปิดตู้เสื้อผ้าที่ภายในเป็นทางลับเข้าสู่ห้องสีฟ้าของเธอ (ปวดหัวแทน)

ประตูหลอกที่เปิดไปเจอผนังตัน และบันไดที่เดินขึ้นไปจนจรดเพดาน ประตูหลอกที่ถ้าขืนดื้อเดินออกไปก็จะหล่นปุ๊ลงไปจากชั้น 2 ซาราห์ต่อเติมบ้านหลังนี้จนสลับซับซ้อน เมื่อปี ค.ศ.1907 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บ้านของเธอจากที่มี 7 ชั้นก็พังลงเหลือ 4 ชั้น และเธอก็หลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง จนเธอคิดว่าคงไม่รอดแน่แล้ว แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากภายนอกได้ทัน

ในคืนวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1922 ขณะที่ช่างไม้ 2 คนกำลังทำงานอยู่บนหลังคา ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาใกล้ๆ ช่างไม้ทั้ง 2 กลัวจึงหยุดงานแล้วลงมาข้างล่าง และในคืนนั้นเอง ซาราห์ก็ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยวัย 83 ปี เป็นการปิดฉากตำนานการ “สร้างบ้านหลอกผี” แต่เพียงเท่านี้

บ้านหลังนี้มีมูลค่า 5,500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มีห้องทั้งหมด 160 ห้อง สูง 4 ชั้น (จากเดิม 7 ชั้น) ห้องใต้ดิน 2 ชั้น ประตู 950 บาน หน้าต่างประมาณหมื่นบาน เตาผิง 47 เตา บันได 40 ที่ (376 ขั้น) และห้องจัดเลี้ยงอีก 2 ห้อง บ้านของเธอถูกเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง จนสุดท้ายตกมาเป็นสมบัติของชาติ มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1973 และขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ.1984

ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของแคลิฟอร์เนีย โดยการเข้าชม ต้องมีไกด์นำทางไปด้วย เพราะบ้านเขาวงกตนี้ไม่ได้หลอกแค่ผี คนธรรมดาและตัวไกด์เองก็ยังหลงทางเอาได้ง่ายๆ…

Uncategorized

ควรสวดมนต์ก่อนนอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ควรสวดมนต์ก่อนนอน  เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ควรสวดมนต์ก่อนนอน

ควรสวดมนต์ก่อนนอน / วันนี้ขอมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เจอมาเมื่อสมัยเด็กๆ ตอนไป บวชเณร ภาคฤดูร้อน สักประมาณ ตอนก่อนขึ้น ม.1 แม่ได้พาผมไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก ไม่ใช่วัดในเมือง

เป็นชนบท ซึ่งเค้าจะจัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกๆ ปี ปีก่อนนั้นผมก็มา ปีนี้ผมเลยชวนเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันมาบวชด้วยหลายคน ที่วัดนี้ พอตกกลางคืน ก็ปล่อยสามเณร เข้านอนโดยการนอนบนศาลานั่นแหละ ใครจะนอนตรงไหนแล้วแต่ท่านเลย หาที่กันเอาเอง แต่เค้ามีมุ้งให้กาง บางคนก็ไม่นอน แกล้งคนอื่น ผมไม่อยากโดนแกล้งเวลาหลับ เลยพากันกับเพื่อนๆ ไปนอนห้องหลวงตาองค์นึง วัดนี้

พวกพระเคยเล่าว่า เคยเจอสิ่งแปลกๆต่างๆ เช่นพวกอสูรกาย มีพระเคยเห็น หมาดำตอนดึกๆ หมาดำคงไม่แปลก แต่ที่แปลกคือหมาดำตัวใหญ่เท่าม้า พอคนเห็ฯมันก้กระโดดลงบันไดไป หายไป เวลาไปบวชภาคฤดูร้อน ก็จะทำกิจกรรมต่างๆ ตอนกลางวัน หรือเล่นกันจนเหนื่อย พอตกกลางคืน ผมเข้านอนที่ห้องหลวงตา ด้วยความเหนื่อยผมจึงไม่ได้สวดมนต์ก่อนเข้านอน ซึ่งปกติจะสวดก่อนนอนทุกคืน ผมนอนริมขวาสุด ติดกะหลวงตา แต่หลวงตานอนบนเตียงไม้นะ แล้วก้พวกเพื่อนๆ นอนเรียงๆกันไป ช่วงที่ผมหลับ ก็รู้สึกว่ามีคนมาเขกหัวผม โป๊ก!! โป๊ก!! โป๊ก!! จนผมรู้สึกตัว จริงๆ มันรู้สึกตั้งแต่ที่แรกแล้วแหละ แต่ไมไม่ได้คิดอะไร ด้วยความรำคาญ จึงสบัดมือสวนกลับไปทีนึง รู้สึกว่าโดนบางอย่าง โดนแน่ๆ แล้วมันก้ไม่เขกหัวผมอีก ผมมองขึ้นไปบนหัวนอน มันไม่มีอะไร จะว่าเพื่อนแกล้ง ก็ไม่น่าใช่ เพราะแต่ละคน ไม่ได้นอนเบียดกัน ถ้ามันแกล้งแล้วกลับไปนอน มันต้องได้ยินเสียงอะไรบ้างแหละ เพราะพื้นศาลาเป็นไม้

ด้วยความง่วง ผมจึงนอนต่อโดยคืนนั้นไม่เกิดอะไรขึ้นอีก เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้ มันมีอีกวันที่ผมไม่สวดมนต์ก่อนนอน ด้วยเหตุผลเดิม ง่วงนอน ผมจึงหลับไป โดนมีเพื่อนๆ นอนเรียงๆกันเหมือนเดิม คราวนี้มาเป็นตัวๆเลยครับ แสงจันทร์กับไฟ ที่ส่องผ่อนหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง ซึ่งมันก้มืดแต่พอมองเห็นนั่นแหละ มันมานั่งค่อมผมเลยแล้วบีบคอผม ผมรุสึกว่ามันหนักๆ และสัมผัสได้ว่าเป็นตัวเป็นตน ผมตื่นมาก็เหนภาพดังกล่าวบนตัวผม แต่ผมไม่ได้คิดว่าเป็นผี ก็คิดว่าเพื่อนแกล้ง ผมสู้กะมันอยู่พักนึงอ่ะ สวนกันไปๆมาๆ จนผลักมันลงไปข้างซ้ายตัวผมได้ ช่วงจังหวะนั้นผมไม่รอช้า ผมมองเห็นเพื่อนผมนอนอยู่ ผมโบ๊ยว่าเป็นมันทันที ผมเลยทุบไปที2ที กับถีบมันอีก ไม่ใช่ทุบเบาๆนะครับ แต่มันไม่รุสึกหรือร้องอะไรเลย ถ้าคนมันแกล้งผมว่ามันน่าจะขำ หรือร้องบ้างแหละ ตอนโดนทุบ แล้วอีกอย่างที่ผมเอะใจ ได้เงาที่มันร่วงลงไปข้างตัวผม มันกระเด็นไปข้างๆ ตัวผมนี่เอง แต่เพื่อนผม อยู่ห่างกะผมพอสมควร วันต่อมาผมจึงถามหลวงตาว่าห้องน้ำมี อะไรหรือป่าว ท่านบอกว่า

เคยมีพระจากวัดอื่นมาจำวัด จำวัดกับท่านนี่แหละ เป็นพระมหาแล้ว ไม่ยอมสวดมนต์ก่อนจำวัด ตอนดึกหลวงตาท่าตื่นมาไปเข้าห้องน้ำเห็นพระรูปนี้ กำลังทำท่าทำทางสู้กะอะไรเหมือนกัน แต่ไม่ได้สนใจ พอกลับมาจากห้องน้ำ พระมหารูปนี้ตื่น แล้วถามหลวงตาว่า ทำไมท่านไม่ช่วยผมเลย มะกี้อ่ะ หลวงตาบอกว่าจะไปรู้หรอคิดว่านอนละเมอ จากนั้นผมเลยสวดมนต์ทุกคืนก่อนนอน จนถึงวันจบกิจกรรม บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน…

Uncategorized

เจอดีที่ญี่ปุ่น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
เจอดีที่ญี่ปุ่น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เจอดีที่ญี่ปุ่น

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เจอดีที่ญี่ปุ่น

เรื่องนี้อ่านพบจากกลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในเฟส เรื่องมีอยู่ว่า.. พวกเราเคยเจอเรื่องขนหัวลุกที่ ประเทศญี่ปุ่น​ ในเวลานั้นบินไฟลท์ดึกดื่น​ ถึงเมืองโตเกียวยามเช้า​แล้วเที่ยวต่อเลย​ วันนั้นทั้งยังสนุกและเหนื่อยมาก ตกเย็นเข้าที่เข้าทางพัก​ อาบน้ำแล้วรีบนอนเลย​ ห้องพวกเราปิดไฟหมด​แต่อ้าผ้าม่านเอาไว้นิดหน่อย​ แสงสว่างจากถนนก็เลยลอดเข้ามาแลเห็นด้านใน​ห้องได้ลางๆ

พวกเราตกใจ​ตื่นอีกครั้งประมาณตี 2​ เนื่องจากว่ารู้สึก​ราวกับมีคนมาจ้องมองพวกเราที่ปลายเตียง​ แล้วก็อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก​ พวกเราค่อยๆแง้มตาดูนิดๆแม่เจ้า!!! พวกเรามองเห็นมีขา​ 2 ขา​ ลอยอยู่ติดฝาผนังต่อจากเท้าพวกเราไปนิดหน่อย​ (โรงแรมที่ประเทศญี่ปุ่นห้องมันแคบ)​ และที่สำคัญ​ มันมีแค่ตอนเอวลงมาถึงเท้า​แค่นั้น ไม่มีท่อนบน!​ และไม่มีหัว! ดวงใจเวลานี้นี่เต้นปึงปัง​ ร้องไม่ออก​ เอายังไงดี?​ สวดมนต์ไหว้พระ​แผ่กุศล​ ผีประเทศญี่ปุ่นอาจฟังไม่ออก เลยหลับตาไปครู่หนึ่ง​ ลืมตาขึ้นมา​ใหม่ ขาคู่นั้น​ก็ยังลอยอยู่​ที่เดิม!​ ทั้งยังกลัวทั้งยังโกรธ​ ทำไมไม่ไปไหนสักที​ ไอ้รูมเมท​ก็นอนกรนคร่อก​ๆไม่ตื่นมาโดนผีหลอกร่วมเคราะห์กรรมด้วยกันเลย

สุดท้าย​ตัดสินใจ​ เป็น​ไงเป็น​กัน​ รวบรวมความกล้า​ลุกไปเปิดไฟห้อง ‘​พรึ่บ’​ สว่างทั้งห้อง​ ..แต่!​ 2 ขานั้นยังลอยอยู่​ที่เดิม​ ไม่หายไปไหน! ส่วนเพื่อน​โดนเราปลุกมาด่า..

‘ฮึ่ม​! ทีหลังมึงอย่าเอากางเกงยีน​ส์มาแขวงไว้ปลายเท้ากูอีกนะ​ อีดวก อีผีลีวายส์!’

แหล่งที่มา thehouse

Uncategorized

ท้าผีบ้านร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ท้าผีบ้านร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ท้าผีบ้านร้าง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ท้าผีบ้านร้าง  เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณโตครับ เพราะคุณโตได้อ่าน เล่า สยดสยอง ก่อนนอน 309 แล้วพูดว่า มีน้องคนหนึ่งที่รู้จักก็เคยโดนดีที่บ้านหลังเดียวกันนี้ คุณโตเล่าว่า.. ย้อนกลับไปสัก 3 ปีน่าจะได้ พวกเรา รวมทั้งน้องๆได้ไปสำรวจบ้านร้างหลังที่ว่านี้แถวซีรอคอย บอกกันปากต่อปากว่าน่ากลัวมากมายๆบ้านนี้จะอยู่ในหมู่บ้านครับ หากผมจำไม่ผิดเขาคงจะเรียกกันว่า 7/7 ครับผม

เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า คืนนั้นช่วงเวลา 3 ทุ่ม พวกเราก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย โดยในกลุ่มผมเนี่ย จะมีรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อ อาหมัด น้องคนนี้ค่อนข้างจะปากดี แซวทุกเรื่อง ด่าทุกอย่างที่ไม่เห็น และก็คืนนั้นก็มันนั่นแหละที่ชวนไปบ้านร้างข้างหลังนั้น แต่ทุกคนก็โอเคตกลงจะไปกันทั้งหมด 7 คน เนื่องจากว่าความต้องการอยากจะรู้อยากจะเห็นในสิ่งเหนือธรรมชาตินั่นเอง.. ก็ขี่จักรยานยนต์ไปกันหลายคัน จนกระทั่งป้อมยามหน้าหมู่บ้าน ยุคนั้นมียามครับผม ยามมีความเห็นว่าเป็นเด็กวัยรุ่นมากันเยอะ ก็เลยถามคำถามว่า ‘จะไปไหนกันครับ?’ ไอ้หมัดตอบเลย ‘ไป 7/7 เพ่.. มันมีไรเหยอ? ผมอยากรู้..’ ยามก็เลยบอก ‘อย่าไปเลย มันมืดค่ำแล้วอันตราย ไหนจะขโมย ไหนจะงู..’ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เราเปลี่ยนใจกันครับ

พอขี่เข้าไปไอ้หมัดก็อุทานว่า ‘7/7 หรอ วันนี้หมัดมาเอง มาถึงที่เล้ย!’ ก่อนจะขี่รถนำเข้าไป พอไปถึงบ้านหลังที่ว่าก็จอดรถกันหน้าบ้าน พอดีมีป้าคนหนึ่งเดินผ่านมาถามว่า ‘พวกหนูมาทำอะไรกันเหรอ?’ ไอ้หมัดจึงพูดกลับไป ‘พวกผมมาหาผีครับป้า!’ ป้าแกก็เงียบแล้วก็เดินไปโดยไม่พูดอะไร.. ลักษณะบ้านจะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในมืดมาก แอบมีต้นไม้รกร้าง ไอ้หมัดด้วยความไม่กลัว และไม่เชื่อเรื่องผี จึงอุทานออกมาอีกว่า ‘บ้านนี้เหรอวะ ก็บ้านธรรมดาๆ ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่พวกบังๆ กูบอกเลย..’ จากนั้นพวกเราก็เปิดรั้วเข้าไปเดินสำรวจเบาๆ ไปกัน 4 คน ส่วน อีก 3 คนรออยู่หน้าบ้าน..

เดินไปได้สักแป๊บ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนที่อยู่นอกบ้านโวยวาย แล้วก็ขี่รถออกไปอย่างไว ด้วยความตกใจ พวกที่สำรวจบ้านเลยวิ่งกันออกมา แล้วไอ้หมัดด้วยความที่รักเพื่อน หรือซ่าก็ไม่แน่ใจ มันก้มหยิบหินก้อนพอดีมือมาก้อนหนึ่งปาเข้าไปในบ้าน พร้อมกับพูดว่า ‘มึงทำให้เพื่อนกูตกใจทำไม! ทำไมไม่มาหากู!’ แถมมันยังชวนเพื่อนๆ ปาหินกันเข้าไปในบ้านอีก แต่ที่แปลกคือ มันไม่มีเสียงก้อนหินกระแทก หรือกระทบกับอะไรเลยสักนิดเดียว ไอ้หมัดมันคนไม่กลัว จึงเดินเข้าไปในบ้านดู มันบอกว่าเห็นก้อนหิน 6-7 ก้อนเรียงกันเป็นแถวอยู่ที่หน้าประตู! ทุกคนที่ได้ไปเห็นก็เริ่มกลัวกันละครับ ชวนกันบอกให้รีบกลับกันดีกว่า..

ขากลับมอเตอร์ไซค์ของไอ้หมัดไม่มีใครอยากซ้อน เพราะปากมันไม่ค่อยดีครับ แต่มันก็ยังไม่วาย มองเข้าไปในบ้านแล้วพูดขึ้นว่า ‘มาๆ ใครจะกลับบ้านรีบขึ้นรถ เดี๋ยวพี่พายกล้อ!!’ มันพูดเองขำเองอยู่ของมันคนเดียว คนอื่นนี่กลัวจนตัวสั่นแล้วครับ พอไอ้หมัดออกรถไปยังไม่ทันไร รถมันก็ล้มอย่างแรงมากๆ คือในสายตาพวกผมที่เห็นจากข้างหลังคือ รถมันกระเด็นไปเฉยๆ เหมือนมีคนกระโดดถีบยังไงยังงั้น แต่พอไปบอกมันมันกลับไม่คิดอะไร คิดว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่า แล้วคืนนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปครับ

ผ่านไปได้ประมาณ 4 วัน ไอ้หมัดก็เริ่มมีอาการแปลกๆ อยู่ๆ ก็ไม่สบายหนัก แล้วพอตกดึกแม่ของหมัดก็มักจะได้ยินเสียงคนมาเรียกที่หน้าบ้าน ก็คิดว่าเพื่อนมาแกล้งเลยไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้นิสัยลูกตัวเอง ว่าอาจจะไปกวนตีนคนแถวบ้านไว้.. พอหมัดเริ่มอาการดีขึ้น มันก็ขี่รถมาหาพวกผมที่ที่ประจำ ที่นั่งเล่นแถวหมู่บ้านตามปกติ แต่ว่าครับ ตอนแยกย้ายกลับบ้าน มีเพื่อนในกลุ่มคนหน่ึงบอกว่า ‘ตอนไอ้หมัดขี่รถกลับไป กูเห็นเงาที่พื้นจากเสาไฟ แม่งมีเงาคนซ้อนอีกคน อย่างชัดเลย..’ เช้าวันรุ่งขึ้น หมัดและเพื่อนอีกคนกำลังจะไปเรียน ก็เดินผ่านพระรูปหนึ่ง พระท่านทักว่า ‘โยม.. อาตมารู้ว่าโยมเป็นคนไม่กลัว ไม่เชื่ออะไร แต่เชื่ออาตมาเถอะ ไปขอขมาเขาซะ..’ ไอ้หมัดได้ฟังยังกลับขำ แล้วกระซิบบอกเพื่อนว่า ‘พระพูดอะไรวะ?’

จากนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับไอ้หมัด เริ่มเห็นเงาวูบวาบที่หางตาบ้าง เวลาขี่รถจะรู้สึกหนักๆ เหมือนมีคนซ้อนบ้าง ดึกๆ ก็จะได้ยินเสียงคนมาเรียกชื่อตัวเองบ้าง เป็นแบบนี้ 4-5 วัน พอมันถูกรบกวนมากขึ้นๆ มันเลยมาบอกเพื่อนๆ ให้พาไปขอขมาที่บ้านนั้น พวกผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจออะไรมามากกว่าที่เล่าหรือเปล่า ถึงทำให้คนที่ไม่กลัวอะไรอย่างไอ้หมัด ต้องหน้าซีดตัวสั่นยอมไปกราบขอขมา.. แล้วหลังจากนั้นมา ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงทุกวันนี้ ไอ้หมัดมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าหมู่บ้านนั้นแล้วทะลุไปอีกทางเลย จะไปอ้อมถนนใหญ่ตลอด ยังจำได้วันที่ไปขอขมาได้ดี เจอยามคนเดิมแกเห็นพวกผม แกนั่งหัวเราะอร่อยเลยครับ.. สุดท้ายนี้แค่อยากจะเตือนว่า ‘ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่าครับ..’…

Uncategorized

ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Exif_JPEG_PICTURE

ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อประมาณ20 ปีก่อน เคยมีห้างดังอยู่ที่นึงตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศ
ศูนย์การค้าที่ว่า (ขอไม่เอ่ยชื่อ)..นับว่ามีขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมร้านค้ารวมทั้งสิ่งทันสมัย จัดว่าเป็นห้างที่คงจะนำสมัยที่สุดในสมัยนั้นในเขตนั้นเลยก็ว่าได้ แถมยังมีสวนน้ำอยู่ข้างในพื้นที่อีกส่วนนึงด้วย
กล่าวได้ว่าถ้าเกิดใครที่อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีหรือจังหวัดข้างเคียง ต่างก็คงจะได้เคยท่องเที่ยวสถานที่ที่นี้กันมาบ้างแล้ว

ต่อเมื่อเวลาผ่านไป..แล้วจู่ๆห้างดังกล่าวก็เกิดปิดตัวลงไปอย่างไร้สาเหตุ..ท่ามกลางข้อสงสัยมากมาย
ถ้ามองแบบวิทยาศาสตร์หน่อยก็คงคิดว่า หรือห้างแห่งนี้จะขาดทุน ไม่ก็ทน พิษเศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่ในช่วงเวลานั้นไม่ไหว
แต่ถ้ามองแบบความเชื่อ ตามที่เขาเล่าลือกันก็คงว่าเพราะที่ตั้งห้างแห่งนี้มีอาถรรพ์..ในช่วงที่สวนน้ำเปิดดำเนินการ ได้เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น..!!
มีเด็กไปเล่นน้ำแล้วเสียชีวิต พอบ่อยๆเข้าสวนน้ำก็เลยต้องปิดตัวลง จากนั้นไม่นานตัวห้างถึงได้ปิดตามมาด้วย

แน่ๆหล่ะ..!! รวมทั้งคงจะเป็นเช่นเดียวกันดูเหมือนจะทุกที่ ว่าถ้าหากว่าสถานที่ใดก็ตามที่ถูกปลดปล่อยให้รกร้าง ครู่หนึ่งจะมีพวกวัยรุ่นในท้องถิ่นเข้าไปมั่วกันในนั้น
โดยสถานที่นี้นับว่าเป็นที่ๆออกจะอันตรายอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุว่าหลังจากนั้นได้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นมากมาย
ทั้งยังเรื่องราวของวัยรุ่นลวงสาวไปข่มขืนภายในนั้น..!!
หรือจนกระทั่งเคยมีอุบัติเหตุ คนถูกเสาไฟทับจนกระทั่งเสียชีวิต..!!
เรื่องราวดังกล่าวยังไม่น่ากลัวเท่า ที่ว่าครั้งนึงเกิดเหตุสะเทือนใจขึ้น ขนาดที่ว่าเป็นคดีความการฆ่าที่ลง นสพ หน้าหนึ่งขณะนั้นกันอย่างยิ่งจริงๆ
คือเรื่องของสามีภรรยาที่มาทะเลาะกันแถวห้างร้างที่นี้ แล้วก็ตกลงกันไม่ได้ก็เลยฆ่ากันตาย..!!
โดยต่อจากนั้น จากสถานที่ๆเดิมเคยเป็นเพียงแค่ที่สุมหัวกันปกติ ก็เลยเปลี่ยนสภาพไปเป็นสถานที่ลองของ ของเหล่าบรรดาวัยรุ่นเวลานี้ไปเลย..

โดยถ้าใครเคยไปสัมผัสบรรยากาศคงทราบดี ภายนอกอาจไม่น่ากลัวเท่าไหร่
แต่ภายในนี่ซิ ทั้งมืดและเต็มไปด้วยซอกมุมต่างๆมากมาย
ผู้ที่เคยเข้าไปลองของต่างเคยพบเจอเรื่องราวแปลกๆมากมาย..ดังต่อไปนี้

**..วิญาณหญิงสาวที่ถูกฆ่า ปรากฎกาย..!!
เชื่อกันว่า พอหลังจากคดีฆาตกรรมหญิงสาวเกิดขึ้น ผู้ที่เข้าไปลองของหรือใครที่เข้าไปสำรวจภายใน ก็มักจะเจอวิญญาณของหญิงสาวคนดังกล่าวมาปรากฎกายให้เห็นอยู่ภายในห้างร้างนี้บ่อยๆ
บางคนเห็นเป็นเงาคนที่เดินผ่านไปผ่านมา พูดตรงกันว่าคือผู้หญิงผมยาว..!!
บางคนขณะเข้าไปสำรวจ ได้ยินเสียงเหมือนมีบางสิ่งเดินอยู่ในห้างร้างตลอดเวลา พอเอาไฟฉายส่องดูก็เห็นคล้ายเป็นร่างผู้หญิงชะโงกหน้าแอบดูอยู่ตามมุมเสา..!!

**..อีกจุดที่ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กันภายในห้างร้างแห่งนี้ นั่นคือที่ชั้น 2 ..!!
ตรงบริเวณชั้นสอง จากข้อมูลที่เคยได้ทราบมา เดิมทีตรงนี้เคยมีโรงหนังและก็สวนสนุก และน่าจะรวมถึงศูนย์อาหารด้วย
ทันทีที่ห้างถูกปิดให้ร้าง ก็ยังเหลือซากบางอย่างที่ทางห้างเก็บไปไม่หมด
ในอดีตเคยมีพวกชอบเข้าไปลองของเล่าตรงกันว่า มักจะได้ยินเป็นเสียงเหมือนเด็กวิ่งเล่นอยู่ภายใน หรือบางทีได้ยินเป็นเสียงวิ่งวนไปมารอบๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน..!! ซึ่งถือว่าจุดนี้น่าจะเป็นอะไรที่หลอนที่สุดเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามเท่าที่แอดมินรับฟังมา ดูเหมือนว่าพอสถานที่ที่นี้เริ่มเป็นที่เลื่องลือถึงความน่าสยดสยอง ก็เลยมีคนพื้นที่รวมทั้งพวกจากต่างถิ่นไกลๆเข้ามาตรวจสอบกันเยอะแยะ รวมทั้งรายการผีก็เข้ามาถ่ายทำกันในนี้ด้วย ก็เลยทำให้สถานที่นี้ในตอนนี้มิได้น่ากลัวแบบเมื่อก่อนแล้ว

แม้จะน่าสะพรึงกลัวจริงๆก็อาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่แอบเข้าไปอยู่ภายในห้างนั่นน่ะล่ะ เพราะเท่าที่ฟังก็มีทั้งคนที่ถูกใจเข้าไปสุมหัว เสพสิ่งเสพติด เอาหญิงไปทำไม่ดี ซึ่งถ้าเกิดใครเคยเข้าไปจะมองเห็นอีกทั้งเครื่องไม้เครื่องมือเสพยา รวมถึงถุงยางอนามัยทิ้งเกลื่อนกลาดกราดเยอะแยะ
ยังไงๆหากคนใดคิดต้องการเข้าไปตรวจสอบสถานที่ คงจะจำเป็นต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยกันด้วยน่ะนะครับ ด้วยเหตุว่าจริงๆแอดไม่นมองว่าภัยจากคนเรานี่แหละน่าขนลุกกว่าเรื่องผีมากมาย….

แหล่งที่มา facebook.com