3 Articles

Uncategorized

สุดหลอน รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง

Posted by Pinkie on
สุดหลอน รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง

เรื่องราว รองเท้าหลอน รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง

รองเท้าหลอน  รองเท้าส้นสูงในห้องน้ำหญิง เรื่องนี้เป็นเรื่องของห้องน้ำหญิงบริเวณโรงอาหารของโรงเรียนหนึ่ง ที่มีเรื่องเล่าต่อๆกันมาว่ามักจะได้ยินเสียงของรองเท้าส้นสูงเดินวนไปวนมาในห้องน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน ได้เชื่อกันว่าเป็นวิญญาณของผู้หญิงที่เคยได้ถูกฆ่าตายในห้องน้ำแห่งนี้ ซึ่งตอนนั้นเธอได้ใส่รองเท้าส้นสูงอยู่ด้วย เลยทำให้ยิ่งเชื่อกันไปใหญ่ว่าวิญญาณของเธอนั้นยังไม่ไปไหน แต่ยังคอยวนเวียนอยู่ในจุดที่เธอตายนั่นเอง…

Uncategorized

เรื่องราวสุดหลอน สยองขวัญ ผีนางรำ ในหอพัก

Posted by Pinkie on
เรื่องราวสุดหลอน สยองขวัญ ผีนางรำ ในหอพัก

สยองขวัญ ผีนางรำ ในหอพัก

ผีนางรำ ในหอพัก เป็นเรื่องราวย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 15 ปีก่อน ผู้ปกครองผม
ได้นำ ชื่อ วัน/เดือน/ปี เกิดของทั้งบ้านไปให้หมอดู จังหวัดสุพรรณบุรีทำนายดวงให้
โดยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผมนั้นคือ ต้องยกผมเป็นลูกบุญธรรมให้ใครสักคน

ผู้ปกครองผมได้เลือกบุคคลที่นับถือในการยกผมให้ ตอนนั้นไม่รู้ว่า
ธรรมเนียมการยกเป็นลูกบุญธรรมต้องทำอย่างไร จึงเตรียมแค่ พวงมาลัย ธูปเทียนแพ
ไปขอแค่นั้น เวลานั้นด้วยความที่ไม่รู้จึงคิดว่าเป็นอันเสร็จพิธีกรรม

จวบจนกระทั่งผม อายุได้ 18 ปี ผมสอบเข้าได้มหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯแห่งหนึ่ง
แต่ในชั้นปีที่ 1 ต้องไปเรียนที่จังหวัดนครนายก 1 ปี ขณะที่ย้ายขอเข้าหอพักนั้น
ก็ยังไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น เพราะทุกคนต่างขนของเข้าหอกัน เป็นคณะ

คณะผมเป็นกลุ่มคณะที่ 2 ในการย้ายเข้า ทำให้มีนิสิตเข้ามาอยู่พอสมควร
ช่วงพลบค่ำ เมทผมเริ่มทยอยเข้าห้องพัก แบ่งปันประสบการณ์ต่างๆที่รุ่นพี่ได้เล่าสู่
บ้างเล่าว่าในชั้นที่ 5 ของหอที่ผมอยู่เป็นไปได้อย่าขึ้นไปเพราะมีคนตาย
บ้างก็ได้เล่าว่าอีกหอหนึ่ง มีผีผู้หญิงกระโดดตึกตายและวิญญาณไม่ไปไหน

ทุกคืนจะปีนกำแพงและกระโดดลงมาซ้ำๆ ผมก็ไม่ได้คิดอะไรมาก
เพราะผมเป็นคนที่ไม่ค่อยกลับอะไรเหล่านี้เท่าไหร่นัก

สภาพห้องที่ผมอยู่นั้น อยู่ติดบรรไดหนีไฟของตึก
และอยู่หน้าห้องน้ำรวม เป็นฮวงจุ้ยที่ไม่ดีเท่าไหร่ เปิดประตูเข้าไป
ทางด้านขวามือจะเป็นตู้เสื้อผ้า 5 ตู้สำหรับนิสิต แต่เว้นระยะห่าง
ของตู้แรกกับประตูเป็นซอกเล็กน้อยเพื่อให้ประตูสามารถเปิดได้ ทางด้านขวามือ จะเป็นเตียงเดี่ยว 3 หลัง

เตียงสองชั้นหนึ่งหลัง ระหว่างเตียงจะมีโต๊ะเขียนหนังสือสำหรับนิสิตทุกๆคน
ทางด้านหลังห้องเป็นระเบียงชมวิวอันสวยงาม มีเมทคนหนึ่งเล่าว่า ให้ทำการซื้อตู้ เตียง โต๊ะเขียน
ซึ่งการนำเหรียญบาทและทำการอธิฐานว่าเราขอซื้อของเหล่านี้เพื่อการอยู่อาศัย
และเมทผมยังได้บอกอีกว่าถ้าวันใดที่ไม่มีคนนอนบนเตียงนั้นๆ
ให้หาของมาวางบนเตียงเพื่อไม่ให้สิ่งที่เรามองไม่เห็นมานอนแทน ส่วนใต้เตียงก็หาของมาวางซะ

ผมยังจำได้เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเมททุกคนปิดไฟนอนกันหมด น่าจะหลัง 4 ทุ่ม ผมนอนของผมไป
ผมนอนอยู่เตียงที่ 3 ถ้านับจากหน้าประตู กระทั่งผมฝัน หรือกึ่งหลับกึ่งตื่นไม่ทราบ
ว่าอยู่บนเตียงที่ผมนอนอยู่ ไม่สามารถขยับตัวได้ ผมเห็นเงาดำๆ บริเวณซอกระหว่างประตู
และตู้เสื้อผ้า ผมมองไม่เห็นหาหรือสีสันใดๆ แต่ที่เห็นแน่ชัดคือ เขาสวมชฏาอยู่บนศีรษะ?

พอผมเห็นดังนั้นผมจึงได้ยินเสียงฉิ่งที่ดังมากๆ เหมือนอยู่ข้างหูเลย เงาดำนั้นเริ่มรำ
แต่ไม่ได้รำสวยงามมาก แต่ถ้าใครเคยดูหนังเรื่องผีคนเป็นแล้ว ก็แบบนั้นเลย ในทุกช่วงที่เงาดำนั้นเดินมา
เสียงฉิ่งยิ่งรัวเร็วขึ้น และดังขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเงาดำนั้นมาอยู่ที่ข้างตัวผม

และชโงกหน้าแทบจะแนบชิดกับใบหน้าของผม ทำให้ผมสะดุ้งตื่นขึ้น
บรรยากาศภายในห้องยังเหมือนเดิม ยังคงมีแต่เสียงพัดลมดังหึ่งๆ อยู่บนเพดาน
เช้าขึ้นมาผมได้เล่าเรื่องนี้ให้เมทฟัง ทุกคนก็ลงความเห็นว่า โดนแล้ว!!
ทุกวันนี้เสียงฉิ่งที่กระทบกันผมยังจำได้ฝังใจอยู่เรยมันหลอนมากๆ…

Uncategorized

เรื่องราวสุดสะพรึง สถานที่สุดหลอน “ น้ำตกโตนงาช้าง ” สงขลา

Posted by Pinkie on
เรื่องราวสุดสะพรึง สถานที่สุดหลอน “ น้ำตกโตนงาช้าง ” สงขลา

สถานที่สุดหลอน “  น้ำตกโตนงาช้าง  ” สงขลา

น้ำตกโตนงาช้าง ตั้งอยู่ในจังหวัด สงขลาในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนงาช้าง
ที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ป้องปกอยู่เรียกว่า “ทวดตาขุนดำ ทวดโต๊ะปะหวัง”
ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับน้ำตกเชื่อว่าท่านนั้นมีรูปกายเป็นเสือดำ ขนาดใหญ่

โดยมีเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่หลอน สงขลานี้ว่า ในราวปี พ. ศ. 2549 ได้มีนักท่องเที่ยว
ชาวสิงคโปร์คนหนึ่งเดินทางมาเที่ยวที่น้ำตกโตนงาช้างแห่งนี้ จนตกช่วงเย็นชายคนดังกล่าว
ได้ออกเดินทางปีนขึ้นไปชมทัศนียภาพบนน้ำตกโตนงาช้าง และจากนั้นก็หายตัวไปแบบไร้ร่องรอย

เพื่อนๆที่มาด้วยกันจึงได้ออกตามหา แต่ก็หาไม่พบจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่ของทางน้ำตกให้ทราบ
ช่วยกันตามหาจนช่วงดึกจึงต้องยกเลิกไป แล้วออกหาช่วงเช้าอีกที หาอยู่ 3 วัน 3 คืน
ก็ยังหานักท่องเที่ยวชายชาวสิงคโปร์คนดังกล่าวไม่พบ จึงได้เชิญ หมอไสยศาสตร์

ทำพิธีกรรม “เข้าทรง” และพอได้รับข้อมูลมาว่านักท่องเที่ยวชาวสิงคโปร์ที่หลงป่า
ยังมีชีวิตอยู่ ประทังชีพด้วยการกินยอดไม้ และน้ำเป็นอาหาร เขาเพียงโดน “ผีบังตา
เอาไว้ท่านมิต้องเป็นห่วงแต่ประการใด

เมื่อถึงเวลาเขาก็จะกลับมาเอง แต่หลังจากนั้นก็ขอให้ช่วยสร้างศาลให้เราอยู่ด้วย
หัวหน้าทีมค้นหาจึงสัญญาว่าหากหาเจอก็จะสร้างศาลสถิตบูชาให้ วันที่ 4 ที่ออกค้นหา
จึงหานักท่องเที่ยวคนดังกล่าวจนพบแล้วสร้างศาลให้เรียก”ทวดตาขุนดำ ทวดโต๊ะปะหวัง”…