Category Archives

43 Articles

Uncategorized

ตำนานผีทุ่ง

Posted by Pinkie on
ตำนานผีทุ่ง

ตำนานผีทุ่ง

ตำนานผีทุ่ง

ผีพื้นบ้านหรือผีประจำถิ่นมีหลายประเภท ดังเช่น ผีกะ ผีหลังกลวง ผีตานี ผีตะเคียน ปอบ กระหัง กระสือ ผีพรายน้ำ ผีป่า อื่นๆอีกมากมาย รวมถึง “ผีทุ่ง” ที่จะเล่าต่อไปนี้
สถานที่เกิดเหตุการณ์ “ผีทุ่ง” ของผู้เขียน
(เจ้าของบทความ) เกิดขึ้นเมื่อราว ๑๐ ปีมาแล้ว รอบๆหนองใหญ่ติดทุ่งกว้างแล้วก็รกร้างใกล้บ้าน หย่อมบ้านนี้เรียกกันทั่วๆไปว่า “บ้านคอกช้าง” อยู่ใกล้แม่น้ำไม่นในพื้นที่กิ่งอำเภอช้างกลาง
จังหวัดนครศรีธรรมราช

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นตรงเวลา ๑๗.๒๐ น. ท้องฟ้ามืดครึ้มด้วยเมฆฝนทำให้ภาวะทุ่งกว้างมองอึมครึมวังเวงและก็ใกล้จะเย็นมากยิ่งกว่าเวลาธรรมดา พ่อของผู้เขียนไปดักปลาด้วย “กัด” หรือแหขนาดเล็กสำหรับดักจับปลาน้ำตื้นในทุ่งห่างจากบ้านออกไปราวๆ ๔ กิโลเมตรเศษ จนถึงเวลากลับไปอยู่บ้านแล้ว แต่ว่าบิดายังมาไม่ถึงหน้าบ้าน ข้างแม่ก็กระวนกระวายใจเพราะว่าเป็นหน้าฝน แม่ก็เลยใช้ให้คนเขียนออกไปตาม ขณะนั้นคนเขียนอายุราว ๑๒ ปี เป็นวัยที่กำลังกลัวผีดีทีเดียว

เมื่อไปถึงหนองที่เคยมาพร้อมกับพ่อ รวมทั้งนึกออกว่าพ่อชอบดักปลานี้เสมอๆแต่มองไม่เห็นพ่อ นักเขียนร้องเรียก ๒-๓ ครั้งก็ไม่มีเสียงตอบรับ
คนเขียนทำท่าจะเดินกลับพร้อมมองหาสายตาหาพ่อไปตามต้นไม้พุ่มไม้เตี้ยชายน้ำ อาทิเช่น ต้นจิก ต้นปอ ป่ากก ป่าบอนที่ขึ้นอยู่กับทั่วๆไปในหนอง ทันทีนั้นราวกับมีคนไหนกันโยนหินลงในแอ่งน้ำป่ากกข้างๆทำให้น้ำกระเพื่อมราวกับปลาขนาดใหญ่ผุด

นักเขียนร้องเรียกพ่อโดยทันทีด้วยความตื่นตระหนกรวมทั้งกลัว ด้วยเหตุว่าใกล้ค่ำลงรำไร
เมื่อสิ้นคำเรียกของคนเขียนเสียงพ่อก็ขานตอบราวกับที่เคยตอบ คนเขียนดีใจมากเดินลุยน้ำลงไปในทันทีทันใด ซึ่งน้ำลึกเพียงแค่หัวเข่า คนเขียนเรียกพ่ออีกที เสียงพ่อตอบรับไกลออกไปโดยประมาณสัก ๑๐ เมตร มองเห็นต้นกกเอนทางไปๆมาๆ คนเขียนรู้เรื่องว่าพ่ออยู่ตรงนั้น เรียกพลางเดินเข้าไปหาพลางระหว่างป่ากก รวมทั้งน้ำก็ลึกลงไปเรื่อยจนกระทั่งเอวแล้ว แม้กระนั้นน่าประหลาด เสียงของพ่อที่ขานตอบก็ยิ่งไกลออกไปครั้งใดก็ตามขานตอบ กระทั่งเลยรอบๆที่พ่อเคยดักปลาออกไปๆมาๆกแล้ว

ฉับพลันนั้นก็มีเสียงห้าวทรงพลังกว่าเสียงพ่อดังขึ้นมาด้านหลังผู้เขียน เรียกผู้เขียนให้ขึ้นมาจากน้ำ ผู้เขียนก็เลยหันหลังกลับลุยน้ำฝ่าหญ้าขึ้นมาโดยทันที เสียงทรงอำนาจนั้นฟังมองคุ้นๆหูอย่างเคยได้ยินจากไหนมาก่อน เสียงเรียกให้ขึ้นมาจากน้ำดังขึ้นอีก ครั้งนี้ดังไกลออกไปจากทางขึ้นหนอง คนเขียนวิ่งตามราวกับตกอยู่ในอำนาจเสียงนั้น จนถึงมาถึงแนวป่าขอบหนองน้ำใหญ่และก็เป็นทางถนนดินแดงเดินเข้าหมู่บ้าน
ทันใดนั้น นักเขียนก็จำได้ทันทีว่าเสียงที่เรียกให้ขึ้นมาจากหนองน้ำเป็นเสียงของปู่ผู้เขียนเอง

ซึ่งท่านเสียชีวิตไปเมื่อ ๕ ปีมาแล้ว เท้าเร็วกว่าความคิด มันพาผู้เขียนห้อเร่งกลับไปบ้านท่ามกลางฝนที่ตกลงมาปรอยๆโดยไม่เหลียวดูข้างหลัง ทั้งที่ทางมืดมาก แม่เล่าว่า ผู้เขียนวิ่งขึ้นมาบนบ้านด้วยหน้าซึดสั่นเทิ้ม บอกละล่ำละลักฟังไม่เป็นคำศัพท์ เพียงพอบิดาเข้าไปจับมือ ผู้เขียนแลเห็นบิดาอย่างถนัดแล้วก็สลบสลบลงไปในทันทีทันใด

จากเรื่องราวที่เกิดขึ้นทำให้ผู้เขียนรู้สึกกลัวผีอย่างถาวร แม้กระนั้นก็ได้ปัญญาว่า จำต้องรู้จักป้องกันตัวจากสิ่งที่น่ากลัวพวกนั้น เนื่องจากว่าสิ่งที่พวกเราไม่รู้จักไม่เคยเห็น และไม่เคยพบมาก่อนอาจจะเกิดขึ้นได้อย่างทันทีทันควัน การไม่ประมาทสภาพแวดล้อมรอบกายจะทำให้พวกเราสามารถดูแลตัวเองจากสิ่งที่ไม่มีตัวตนนี้ได้ดียิ่งขึ้น…

Uncategorized

ลานวัดป่า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ลานวัดป่า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน
ลานวัดป่า 

ลานวัดป่า เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

วันนี้ขออนุญาติยืมล็อกอิน มาเล่าหลอน…จขกท.ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยงานในสำนักสงฆ์แห่งหนึ่ง ตกเวลาบ่าย 3 พระที่ท่านอยู่ก็จะมารวมกันทำธุระเป็นกวาดตาด (กวาดลานวัด) ต่อไปก็จะรวมตัวกันฉันน้ำปานะ พอดีมีพระบรรพชาใหม่ ต้องการฟัง ประสบการณ์หลอน จากพระรุ่นพี่ มีพระคุณครูอยู่ท่านหนึ่ง ท่านเลยเล่าประสบการณ์ตอนไปบำเพ็ญที่วัดป่า….. เขต จังหวัดกาฬสินธ์ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาก่อนหน้านี้

จขกท. เคยติดตามพระ ไปเที่ยวมองหนหนึ่ง แต่ไม่ได้ค้างคืน ด้วยเหตุว่าสภาพพื้นที่ไม่ค่อยน่าภิรมย์ เป็นขนาดช่วงกลางวันนี่ ยังวังเวง ตรงนี้แล้วภาวะภูมิศาสตร์ เป็นป่ายาง แล้วก็ ตะเคียนขนาดใหญ่ 200 กว่าไร่ ตะเคียนมีหลายร้อยต้นแต่ละต้น 2 คนโอบ มีหมู่บ้านล้อมห่างออกไป เวลาบิณฑบาตร จำต้องเดินลัดท้องนาไปหมู่บ้าน 3 – 4 กฎหมาย ข้างในวัดที่นี้ ไม่มีกระแสไฟฟ้าเข้าถึง จำต้องพึ่งเทียนกับไฟฉายเป็นหลัก ตามเดิมในภาคอีสานจะมี เขตป่าช้าสำหรับฝังศพใหม่ๆเป็นฝังไว้ก่อนเผาคราวหลัง หรือบางศพก็เก็บกันแบบผ่านปี ดูเหมือนจะทุกชุมชน ตรงนี้ก็เช่นกัน เป็นอีกทั้งวัด เป็นอีกทั้งป่าช้า รวมทั้งที่พิเศษนอกจากนี้ หมายถึงเป็น ป่าผีตายโหง เป็นตามเรื่องราวจากคำพูดของชาวบ้าน สมัยก่อน ป่าครึ้มที่นี้ มีหมู่บ้านอยู่ ภายหลังโรคห่าลง ทำให้คนเสียชีวิตชูทั้งยังหมู่บ้าน พระที่มาอยู่จำต้องรักความสงบ และก็ ต้องบำเพ็ญ (ทำสมาธิ) แบบจริงๆถึงจะอยู่ได้ แต่ว่า จขกท.ว่า ต้องใจกล้าด้วยเนื่องจากว่า

ทั่วทุกพื้นที่ เวลาปัดกวาดทางเดินไปกุฏิ จะเจอ มองเห็นกระดูกผู้เสียชีวิตที่ถูกฝังไว้หลายสิบปีโผล่พ้นดินขึ้นมาเป็นประจำจะมีการนำศพ มาฝังกันเสมอๆ (ญาติไม่เผา) ฝังมุมนู่น มุมนี้ โดยยิ่งไปกว่านั้นข้างหลังกุฎี ก็มีเสมอๆ
บางราย ญาตินำศพมาฝังปุ๊ป จะไปถอยบ้านน็อคดาวน์มาไว้ข้างหลุมฝังศพเลย และนิมนต์พระ ให้เข้าอยู่ในทันที เพื่อจะให้มีผลบุญส่งถึงคนตาย พระอาจารย์ ท่านเล่าถัดไปว่า พระตรงนี้ไม่มาก เนื่องจากว่าความลำบากของสถานที่ ครั้งคราวก็เหลือท่านเจ้าอาวาสองค์เดียว ในวันแรกที่ท่านเดินทางไปถึง มองเห็นศาลาปูนยกพื้นขนาดใหญ่มากมาย แต่ว่าไม่มีฝาด้านข้างเลย ปล่อยโล่งเตียนๆเป็นที่ฉันอาหารและทำวัตรด้วย ส่วนกุฎีก็อยู่ห่างศาลาลึกเข้าไปในป่า รอบด้าน เข้าไปมอง กุฏิข้างหลังหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปในป่าดงป่า เกิดถูกใจ ท่านเจ้าอาวาสเลยไปช่วยถูปัดกวาดเช็ด แล้วถามท่านว่า จะอยู่ใช่หรือ เพราะเหตุว่าตัวท่านเองพูดว่า ผมยังอยู่ไม่ได้เลย (คงจะเฮี้ยนแน่นอน)

ท่านเจ้าอาวาส ให้คำปรึกษาพื้นฐานในทันที ให้เรียนรู้ทางในนี้ แล้ว เวลาคุณกลับจากทำวัตรตอนเย็น (เสร็จราว 2 ทุ่ม) หากเดินกลับกุฎี มาทางนี้แล้วพบนะ (พบอย่างว่า) ก็ให้เดินอ้อมกลับอีกทางหนึ่งนะ พระคุณครูว่า ท่านอยู่บำเพ็ญตรงนี้นับเป็นเวลาหลายเดือน ข้างหลังทำวัตรเสร็จ เดินกลับกุฏิ ไม่เคยพบอะไร มีแต่ว่ากลิ่นเน่าๆราวกับศพตายนานๆลอยมาเตะจมูกทุกวี่วัน ยามก้าวจากศาลามากุกฎิ จนถึงวันหนึ่ง คืนว้นพระใหญ่ วันเพ็ญเดือนหงาย ท่านจุดเทียนเดินจงกรม ใต้กุฏิ ระหว่างที่เดินไป – มา ครู่หนึ่ง ก็มีกลิ่นศพเน่าๆลอยมาเตะจมูก แต่ว่าวันนี้เพราะเหตุไรมันเหม็นมาก เพียงพอท่านเดินไปสุดหัวทาง ก็หันกลับมา…………. มองดูไปที่สุดทางเดิน……… ก็มองเห็นตัวอะไรไม่เคยทราบ ยืนอยู่ รูปร่างเป็นคน สูงเมตรกว่าๆแม้กระนั้นแขนแขวนยาวถึงพื้น ท่านก็ยืนพิศดูพิเคราะห์ ครู่หนึ่ง มันเป็นยังไง จะว่าต้นไม้อยู่นั่นก็ไม่ใช่ เนื่องจากว่าท่านให้โยมมาพิเคราะห์ ก้านไม้ ต้นไม้เล็กๆออกไปให้พ้นทางเดินจงกรมนั่นหลายวันแล้ว…

Uncategorized

คืนหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
คืนหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน
คืนหลอน 

คืนหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คืนนั้น เป็นคืนที่นานที่สุดในชีวิตผม เรียกว่าพบจังๆแล้วก็จะไม่มีทางลืมเลยครับผม.. ย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีกลาย ครอบครัวผมเป็นคนจังหวัดเชียงใหม่ขอรับ ในขณะนั้น ผมเรียนอยู่มหาวิทยาลัย คงจะปี 3 บิดาของผมจะมีเพื่อนเกลอคนนึง ผมเรียกว่าคุณลุงหมูนะครับ คุณลุงหมูอยู่บ้าน กับเมียของมึงเพียงแค่ 2 คน ไม่มีบุตรหลาน.. จนกระทั่งมีวันนึง คุณลุงหมู กับเมีย จำต้องเข้าไปทำธุระที่จังหวัดกรุงเทพ วันศุกร์ – เสาร์ เลยต้องการหาคน มาอยู่นอนเฝ้าบ้านให้ ด้วยเหตุว่าตอนนั้น มีข่าวขโมยขึ้นบ้านมากมาย พ่อผมลองถามผมมอง ผมก็ตกลงสมัครใจไปอยู่ให้ เพียงแค่คืนเดียว มิได้ลำบากอะไร แล้วก็บ้านคุณลุงหมูนี่ ก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านผมเท่าไร..

บ่ายวันศุกร์ ผมก็หิ้วกระเป๋า ขับขี่รถไปบ้านคุณลุงหมู เพียงพอเข้ามาในหมู่บ้าน มองเป็นหมู่ บ้านโบราณ ที่เหมือนไม่ได้มีการดูแลเท่าใด รวมทั้งแปลก ที่บ้านส่วนมาก จะขึ้นป้าย ประกาศขายบ้าง ให้เช่าบ้าง ดูแล้วก็เฉยๆเปลี่ยวๆเลยรู้สึกว่า คงจะเพราะแบบงี้ล่ะ คุณลุงหมูเลยต้องหาคนมาเฝ้าบ้านให้.. เพียงพอเลี้ยวเข้าซอย 3 เข้ามาข้างใน ก็ถึงละครับ บ้านคุณลุงหมูจะเป็นบ้านโดดเดี่ยว 2 ชั้น ไม่ใหญ่มาก ผมหยุดรถยนต์ไว้หน้าบ้าน พอลงมาก็ได้ยินเสียงเอะอะ จากข้างบ้าน ด้านขวาในทันทีเลยนะครับ ผมทดลองดูลอดผ่านรั้ว ก็มองเห็นสามีภรรยา กลางคน ทะเลาะกันอยู่ขอรับ อย่างต่ำก็อุ่นใจที่ข้างบ้านมีคนอยู่ ส่วนบ้านอื่นที่เหลือ ไม่ว่าจะฝั่งตรงข้าม ข้างซ้าย เยื้องๆปลอดคนอยู่เลยขอรับ เหลือเพียงแค่ 2 บ้านนี้ อีกทั้งซอย

ก่อนไป ลุงหมูจัดห้องนอนให้ผมพร้อมเลย รวมทั้งมีอาหารจัดแจงไว้เต็มตู้แช่เย็น พูดว่าอยากเล่นคอม ฟังเพลง เปิดทีวี ก็ตามสบาย.. ตลอดบ่าย ผมก็เปิดคอมเล่นเกม เล่นเน็ตไปเรื่อย ขนม เครื่องดื่มพร้อมเลย อยู่คนเดียว แม้กระนั้นก็สบายมากมายล่ะขอรับ.. ผ่านไปกระทั่งตกช่วงกลางคืน ผมคิดว่า บรรยากาศมันคนละเรื่อง กับตอนกลางวันเลยขอรับ มองออกไปนอกหน้าต่าง มีแต่ว่าความมืด แล้วก็เงียบนะครับ เห็นแต่ว่าแสงสว่างจากไฟถนนเท่านั้น

ผมทำอาหารกินเองตอนทุ่มกว่า แล้วก็เปิดเพลงดังๆเล่นคอมไป จนกระทั่งราว 3 ทุ่มกว่า ผมก็ได้ยินเสียงแว่วๆมา ราวกับคนทะเลาะกัน เสียงดัง มาจากบ้านด้านข้างเหมือนเดิม ผมก็เลยทดลองเปิดม่านดู แม้กระนั้นบ้านนั้น กลับปิดไฟมืดหมด แต่ว่าด้วยแสงไฟถนนหนทาง ก็ยังพอเพียงมองเห็นผัวเมียคู่เดิม กำลังทะเลาะกันอยู่ตรงระเบียงชั้น 2 รวมทั้งจู่ๆข้างชายก็หันมาทางผม ผมก็รีบปิดม่านเลยขอรับ.. แล้วต่อจากนั้นผมทำอะไรเสร็จ ก็ขึ้นนอน ประมาณ 5 ทุ่มกว่า

คืนนั้น.. ผมนอนกระสับกระส่าย เพราะบ้านคุณลุงหมูเอ็งไม่ใช้เครื่องปรับอากาศครับผม จะมีแม้กระนั้นพัดลมติดเพดานเก่าๆตอนแรกก็คิดว่าอาจจะแปลกที่ ไม่ค่อยคุ้นชิน แต่สักพักกลับได้ยินเสียง ‘เอียด..ๆอ้าด..ๆ’ ดังอยู่ใกล้มากมายๆพอเพียงจะลืมตา กลับลืมตาไม่ขึ้น! และก็นอกจากเสียง ‘เอียด..ๆอ้าด..ๆ’ แล้ว ยังมีเสียงเสมือน ลมหายใจคน ‘อั่ก..ๆเฮือก..ๆ’ เป็นช่วงๆเสียงมันใกล้มากมายๆขอรับ แต่ว่าผมกลับไม่สามารถลืมตา หรือขยับได้เลย ในตอนนั้นกลัวมากมายๆครับผม ในใจได้แม้กระนั้นสวดนโม พุทโธ มั่วไปหมด คิดแม้กระนั้นผมมาดี ผมมิได้ทำอะไร ท้ายที่สุดผมก็ลืมตาขึ้นมาได้.. แต่ว่าสิ่งที่มองเห็นเป็น ร่างของผู้ชาย คอถูกผูกเชือกไว้กับพัดลมบนเพดาน หมุนอยู่ข้างหน้าผมแบบงั้น! ผมหลับตาสนิท ไม่กล้าลืมตามาดูอีกเลย และไม่ทราบดีว่าผ่านไปกี่ชั่วโมง ที่ผมได้แต่ว่าหลับตา และก็ฟังแม้กระนั้นเสียง ‘เอียดๆอ้าดๆ’ ‘อั่กรัม.ๆเฮือก..ๆ’ นั้นไปตลอดทั้งคืน..

เช้าตรู่พรุ่งนี้ ไม่รู้ผมหลับไปตอนไหน ผมรีบเก็บของกลับไปอยู่บ้านโดยทันที แล้วก็สิ่งที่ทำให้ผมขนหัวลุกซู่เลย เป็นเพียงพอขับขี่รถผ่านหน้าบ้านสามีภรรยาคู่นั้น หน้าบ้านกลับติดป้าย ‘ประกาศขาย!’.. ในที่สุด ก็ได้มารู้ความเป็นมาบ้านด้านข้างคุณลุงหมู ว่าเมื่อหลายปีที่ผ่านมา คู่สมรสบ้านนั้น ทะเลาะกันที่ระเบียงชั้น 2 ผู้ชายเผลอผลักภรรยาตนเอง ตกลงมาคอหักตาย รวมทั้งแกก็ร้องไห้เศร้าใจ เก็บศพเมียเอาไว้ภายในบ้าน แต่ว่าหลังจากนั้นไม่กี่วัน ก็ผู้คอฆ่าตัวตายตามในบ้านนั้นเอง จากนั้นเป็นต้นมา คนก็พากันย้ายออกหมด.. แต่ว่าลุงหมู กับเมียมึง กลับไม่เคยพบอะไรเลย..…

Uncategorized

หญิงริมหาด ตำนาน-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
หญิงริมหาด ตำนาน-เรื่องหลอน
หญิงริมหาด
หญิงริมหาด ตำนาน-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวผมเมื่อปีที่ผ่านมาครับผม ผมกับเพื่อนฝูงอีก 2 คน ท่องเที่ยวทะเลกัน และเช่าห้องหลังนึง ราคาถูก อยู่ ชายหาด เลย เป็นบ้านชั้นเดี่ยว มีห้องรับแขก ครัว ห้องน้ำ รวมทั้งห้องนอน 2 ห้องขอรับ ผมนอนผู้เดียว ด้วยเหตุว่าเพื่อนพ้องผมอีก 2 คน มันเป็นแฟนกัน ผมก็เลือกที่จะนอนห้องที่มีระเบียง ยื่นออกไปทางริมทะเล ด้วยเหตุว่าออกจะเย็นสบาย รวมทั้งเพื่อนฝูงของผม มันก็รังเกียจห้องนอนแบบเปิดโล่งด้วย

คืนนั้น ภายหลังทำธุระส่วนตัวกันเสร็จ พวกเราก็แยกย้ายกันนอน.. ระหว่างที่ผมนอนอยู่ ผมคิดว่านอนไม่ค่อยหลับ อาจเพราะว่าต่างที่มั้ง ผมเลยออกไปนั่งพักผ่อนที่ระเบียง พร้อมทั้ง เอาโทรศัพท์มือถือออกไปเล่นเกมด้วย

ขอรับ ผมนั่งพักผ่อนอยู่ที่ตรงนั้น นานพอเหมาะพอควร เพียงพอแหงนขึ้นจากหน้าจอ แล้วดูไปที่หาด ผมมองเห็นเพศหญิงคนนึง ผมยาว คงจะไม่ใช่คนประเทศไทย เดินเท้าจุ่มลงในน้ำเล่นที่หาดทรายอยู่ ห่างจากผมไปไม่เกิน 30 เมตรครับผม ผมก็นึกในใจ เอ๊ะ? ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว ยังจะเล่นน้ำอีกหรอ แล้วผมก็นั่งดูทิวทัศน์สมุทรไปเรื่อยอยู่ๆผมก็ต้องการถ่ายภาพขึ้นมา พอเพียงผมชูกล้องถ่ายภาพขึ้นมา ก็มองเห็นสตรีคนเดิม ยืนมองดูสมุทรอยู่ ก็มีความคิดว่าติดไปในรูปภาพหน่อย ช่างเถิดหรอกมั้ง ก็เลยถ่ายๆไป แต่ว่าผมมิได้ปิดเสียงขอรับ มันเลยดัง ‘แช๊ะ’ ผมก็สะดุ้ง เห้ย! เค้าจะมีความคิดว่าผมแอบถ่ายมั้ย พอเพียงผมมองที่รูปที่ถ่ายไว้เมื่อสักครู่ มันกลับ ไม่มีเพศหญิงคนนั้นอยู่ในรูปเลย!?

ผมเชื่อมั่น ว่าถ่ายสตรีคนนั้นเข้าเฟรมมาด้วย แม้กระนั้นไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่มีเลย ผมก็เลยแหงนขึ้นมองดูไปนั่น หญิงคนนั้นก็ยังอยู่นั่น แต่ว่าโอกาสนี้คุณหยุดยืนหันหลังอยู่เฉยๆครู่หนึ่งใหญ่เลยขอรับ ก่อนที่จะเบาๆเบือนหน้ามาช้าๆกระทั่งหันมาครึ่งท่อน ผมตกอกตกใจมากมาย ด้วยเหตุว่าบริเวณใบหน้าคุณยุบไปกึ่งหนึ่ง! ผมรีบลุกจากเก้าอี้ตระเตรียมเข้าห้อง แต่ว่าหันไปอีกครั้ง สิ่งที่ผมมองเห็น จำติดตาจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเพศหญิงคนนั้นใช้มือ กับเท้า คลานมาทางผมอย่างรวดเร็ว เร็วแบบไม่ปกติ ไม่ใช่อะไรที่มนุษย์เราจะทำเป็นน่ะนะครับ ผมพุ่งตัวเข้าไปในห้อง และล็อคประตูกระจก พร้อมปิดม่านเอาไว้.. ตอนเข้ามานั้น จิตใจผมเต้นแรง หัวเข่าทรุดเลยนะครับ นั่งสวดมนตร์มนอยู่ด้านข้างเตียง.. แล้วครู่หนึ่ง ก็มีเสียงตีประตูกระจกดัง ‘ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง ปึ้ง..’ หลายครามากมาย ผมทำอะไรผิด มันงงงวยไปหมด จนกระทั่งรู้ตัวอีกครั้ง ก็ตกใจตัวตื่นมาบนเตียง กับเหงื่อท่วมตัว..

เพียงแค่ฝันร้ายนั่นเอง.. แล้วต่อจากนั้นผมเบาๆล้มตัวลงเตียง แล้วนอนต่อนะครับ..

เช้าตรู่วันถัดมา ผมตื่นมาหาโทรศัพท์มือถือ จะเล่นเฟสบุ๊ครุ่งเช้า แม้กระนั้นหาเยอะแค่ไหน ก็หาไม่พบ ผมเลยเดินไปที่ระเบียง เพียงพอเริ่มต้นออกเพียงแค่นั้นล่ะครับผม รอยมือทุกทางกระจกไปหมดเลย! และก็อีกอย่างโทรศัพท์มือถือของผม ก็วางอยู่ด้านนอกด้วย! ผมเล่านี้ให้สหายฟัง พวกเราเลยตกลงใจ เช็คเอาท์ออกเลย.. กลางทางกลับ ก็แวะรับประทานข้าวที่ห้องอาหารแห่งหนึ่ง เลยถามป้าเถ้าแก่ข้าว ว่าที่นี่มันเคยมีเรื่องมีราวอะไรรึเปล่า ป้ามึงได้ฟังก็ตกอกตกใจ แล้วก็กล่าวว่า เมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวฝรั่งคนนึง เป็นหญิง ถูกใจออกมาเล่นน้ำกลางคืน แล้วมีวันนึงน้ำขึ้นสูง และก็คลื่นลมแรงมากมาย แต่ว่าคุณก็ยังออกไปเล่น จนกระทั่งคลื่นซัดคุณไปชนหิน จมหายไป.. พอเพียง 3 วันถัดมา ศพคุณก็มาเกยขึ้นริมหาด ตรงที่พักของพวกเราเลย บ้านข้างหลังนั้นเลยปลดปล่อยให้เช่าแบบถูกๆ..ภายหลังจากกลับไปถึงยังหน้าบ้าน พวกเราก็ทำบุญทำทานไปไห้เค้า แต่ว่าก็ไม่ทราบนะ ว่าเค้าจะได้รับรึปล่าว..…

Uncategorized

ผีบ้ากาม เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ผีบ้ากาม เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีบ้ากาม

ผีบ้ากาม เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้ส่งมาจากคุณดี (นามสมมติ) ครับ บอกก่อนว่าเรื่องนี้ออกจะ 18+ หน่อยๆ คุณดีเล่าว่า.. เมื่อหลายปีก่อนสมัยเราอายุ 24 เรารับงาน พริตตี้ ค่ะ ก็ต้องเดินทางบ่อยๆ ขึ้นเหนือลงใต้บ้างเป็นปกติ ตอนไปพักโรงแรม เคยเจอเสียงแปลกๆ เงาแวบๆ บ้าง ก็ไม่ได้อะไร เพราะชินแล้ว แต่เรื่องที่จะเล่าให้ฟังนี้คือเรื่องที่แปลกที่สุดที่เคยเจอมาค่ะ

เรารับงานพริตตี้ที่จังหวัดหนึ่งทางภาคเหนือ ก็ไปกันหลายคนค่ะ ได้พักที่โรงแรมเล็กๆ ใกล้กับสถานที่จัดงาน ตอนไปถึงก็เย็นแล้ว หลังจากทานข้าวกันเสร็จ เราก็ขอแยกตัวเข้าห้องเลยเพราะเหนื่อยจากการเดินทางทั้งวันแล้ว (คนอื่นๆ ยังไปเที่ยวกันต่อ) เราอาบน้ำเสร็จก็โทรคุยกับแฟนจนถึงราวๆ สี่ทุ่ม ก็ปิดไฟเข้านอนค่ะ.. นอนหลับไปได้นานเท่าไรไม่รู้ อยู่ๆ เราก็รู้สึกเหมือนถูกผีอำ ซึ่งปกติเราก็เคยถูกผีอำอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้มันไม่เหมือนทุกครั้งค่ะ ตัวเราขยับไม่ได้ เราลืมตาได้ แต่ก็ไม่เห็นอะไรเพราะปิดไฟห้องมืดสนิท

จากนั้นเราก็เริ่มรู้สึกเตียงที่ยวบลงค่ะ พร้อมกับมีมือ มือแบบมือใหญ่ๆ สองมือมาจับที่เอวของเรา ก่อนจะค่อยๆ ลูบขึ้นมาทีละนิดๆ จนมาขยำหน้าอกเรา แต่สัมผัสคือผิวชนผิวเลยนะ ทั้งๆ ที่เราใส่เสื้ออยู่ ตอนนั้นคือเราตกใจมากกกกก ไม่ได้ฝันไปแน่ๆ คิดในใจ แม่งใครงัดห้องเข้าหรือเปล่า? ตอนนั้นคือกลัวว่าจะเป็นพวกโรคจิต มันขยำหน้าอกเราอยู่พักใหญ่ เราพยายามดิ้นก็แล้ว นอนนิ่งๆ ก็แล้ว แต่ก็ไม่ได้ผล จนสุดท้ายเหมือนมันหลุดไปเอง เราก็รีบลุกขึ้นมา แล้ววิ่งไปเปิดไฟ ปรากฏว่าในห้องไม่มีใครเลย แล้วประตูก็ยังล็อคอยู่ แถมยังคล้องโซ่ไว้เหมือนเดิม.. แต่เราก็ยังไม่ได้อะไร เพราะเข้าใจว่าก็ผีอำ แต่มันมาแปลกหน่อยเท่านั้นเอง แล้วเราก็นอนต่อ เพราะต้องทำงานเช้า แถมยังต้องนอนที่นี่อีกหลายคืน

วันต่อมาเราตื่นไปทำงานตามปกติ แล้วก็กลับห้องมาตอนค่ำๆ เหมือนเดิมค่ะ เพื่อนคนอื่นไปเที่ยวอีก ส่วนเราก็กลับมาคนเดียว อาบน้ำเสร็จ คุยกับแฟนเสร็จเข้านอน เหมือนเดิมเป๊ะ.. ปรากฏว่ามาอีกแล้วค่ะ แขกไม่ได้รับเชิญ มันมาคร่อมเราไว้อีกแล้ว เราขยับไม่ได้อีกแล้ว สองมือมันลูบเราจากเอวไล่ขึ้นไปบีบเค้นอย่างมันมือ เพิ่มเติมคือมันดูดด้วยค่ะ ถ้าเป็นคนคือแม่งหื่นมากกกก เรารู้สึกได้ถึงการดูดที่รุนแรง ทั่วหน้าอกเรา ทั้งบีบทั้งดูด จนเราเริ่มไม่ไหวแล้ว คือกลัวก็กลัว โมโหก็โมโห ท่องบทสวดอะไรมันก็ไม่ไป พอจากข้างบนมันเล่นจนพอใจ มันเริ่มลูบลงมาข้างล่างบ้าง คือเรารู้สึกได้แบบชัดเจน ไม่ใช่มโนไปเอง มันลูบของเราแบบไม่กลัวเราจะเจ็บหรืออะไรเลย เราต้องทนแบบนั้นจนเราหลับไปเองตอนไหนก็ไม่รู้.. มารู้ตัวอีกทีคือเพื่อนมันกลับจากเที่ยวแล้วมาเคาะประตู เราก็เปิดให้เพื่อนเข้ามา แล้วก็รีบไปเข้าห้องน้ำ และเราก็ต้องช็อคกับภาพที่เห็นค่ะ เราเปิดเสื้อขึ้นมาดู โอ้โห คือมันมีรอยจ้ำแดงๆ (รอยดูด) ทั่วหน้าอกเราเลยค่ะ ในใจก็แบบขนลุกวาบ เพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน มันคือของจริง แล้วอีกอย่างพรุ่งนี้เช้าเราต้องทำงานด้วย เลยต้องหาเสื้อข้างในมาใส่ กลัวคนจะเห็นรอย มันจะดูน่าเกลียดค่ะ

คืนต่อมาเราเลยไม่กล้านอนละ ก็หาอะไรดูไปเรื่อยเปื่อยจนเช้า ก็ผ่านไปไม่มีอะไร แต่ทีนี้พอต้องทำงานทั้งวัน ยืนทั้งวัน พอกลับมาก็เพลีย เราก็เลยเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัวบนโซฟา หลับลึกแบบไม่น่าจะตื่น แต่ก็ต้องมาตื่นเพราะมีความรู้สึกถึงบางอย่างตรงหว่างขาเราค่ะ (เราใส่แซคสั้นชุดทำงาน) รู้สึกได้ถึงลิ้นที่มาสัมผัสส่วนล่าง แบบเนื้อเนื้ออีกแล้ว ทั้งที่เราใส่กางเกงในอยู่ มันจับขาเราฉีกแล้วใช้ลิ้นกับเรา คือเราลืมตาได้ พอจะขยับอะไรได้นิดหน่อย แต่คราวนี้มันเหมือนกับว่าเราจะง่วงจนต้องหลับลงอีก พอหลับไปนิดนึงก็จะรู้สึกเหมือนเดิมอีก คือมันมาลูบ มาเลียเรา แล้วก็เหมือนเราจะหลับลึกไปเองเพราะความเหนื่อย บวกกับไม่ได้นอนเมื่อคืนก่อน ทุกอย่างเหมือนปิดสวิทช์

ตอนเช้าเพื่อนปลุกเราตื่นไปเตรียมตัว วันนี้เป็นวันสุดท้าย จบงานคือเดินทางกลับแล้ว เราเข้าห้องน้ำไป คือรู้สึกได้เลยว่าข้างล่างมันแฉะๆ ทั้งหมดนี้เราก็พยายามจะคิดแบบวิทยาศาสตร์ เหมือนฝันเปียกของผู้ชายหรือเปล่า แต่พอคิดแบบนั้นก็จะถูกหักล้างด้วยรอยดูดที่หน้าอก ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นเองได้ คือเราก็เคยโดนดูดไง ถึงได้รู้..

ผ่านไปหลายเดือนเราก็ได้ไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งที่เคยโดนคล้ายๆ กัน แต่ของมันเหมือนจะหนักกว่า คือสอดใส่มาเลย เสียวจริง เจ็บจริง ทั้งดูด ทั้งกัด ทั้งข่วน มันบอกเราว่า มีคนบอกว่า แบบนี้อาจเกิดจากพวกเล่นผี ของขลัง ทดลองวิชาด้านมืด ส่งผีมารบกวน.. ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมันคืออะไรกันแน่? แต่เราแค่อยากจะมาแชร์ให้ทุกคนได้ฟัง ว่าเรื่องแปลกๆ แบบนี้มันก็มีด้วยค่ะ

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thehouse.online…

Uncategorized

แฟนใคร? เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
แฟนใคร? เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

แฟนใคร?

แฟนใคร? เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งมาจากคุณยุ้ยครับ คุณยุ้ยเล่าว่า.. เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อตอนเรียน ม.ปลาย ที่จังหวัดสมุทรปราการ ยุ้ยมีเพื่อนสนิทคนนึงชื่อ ขวัญ ค่ะ ขวัญเป็นเด็ก ต่างจังหวัด ที่เข้ามาเรียนในเมือง หน้าตาสวย น่ารัก และอยู่บ้านซอยเดียวกัน ด้วยความที่สนิทกัน เวลามีอะไรขวัญก็จะเล่าให้ยุ้ยฟัง จนมีอยู่ช่วงนึง ขวัญไปชอบรุ่นพี่ ม.5 ชื่อพี่ตี๋ พี่คนนี้ หน้าตาดี แต่เจ้าชู้มากๆ ยุ้ยก็เตือนๆ ขวัญไปบ้าง และเท่าที่รู้มาคือพี่ตี๋เค้าก็มีแฟนอยู่แล้วด้วย

พี่ตี๋มีมอเตอร์ไซค์คันนึง รุ่นอะไรไม่แน่ใจ แต่น่าจะเป็นตัวแรงในตอนนั้น แล้วก็เที่ยวไปให้คนนั้นคนนี้ซ้อนไปเรื่อย รวมทั้งขวัญด้วย ตามประสาคนเจ้าชู้.. พี่ตี๋ให้ความหวังกับขวัญว่า ถ้าเลิกกับแฟนเมื่อไหร่จะเลือกคบขวัญ.. จนมีอยู่ช่วงนึง แฟนพี่ตี๋ก็จับได้ว่าพี่ตี๋ให้ผู้หญิงคนอื่นหลายคนซ้อนท้าย เลยจะเลิกกันอยู่หลายครั้ง แต่มีครั้งนึง และเป็นครั้งสุดท้ายที่แฟนพี่ตี๋บอกเลิก แล้วจากนั้นไม่ถึง 20 นาที แฟนพี่ตี๋ก็ถูกรถชนเสียชีวิตตรงถนนหน้าโรงเรียน.. เสียงตามสายประกาศในโรงเรียนทำเอาทุกคนช็อคมากค่ะ รวมทั้งยุ้ย กับขวัญด้วย

จนมาถึงงานศพ หลายๆ คนก็โทษพี่ตี๋ แต่พี่เค้าก็ไม่ได้มีทีท่าอะไร แถมยังพาผู้หญิงอีกคนมางานอีกต่างหาก ส่วนขวัญที่เห็นเสียใจเป็นธรรมดา ที่ไม่ใช่ขวัญ.. แต่เรื่องมันอยู่ที่มอเตอร์ไซค์ค่ะ พอสวดศพเสร็จคืนแรก ผู้หญิงคนใหม่ก็ซ้อนรถกลับ แต่ไปได้แค่หน้าวัดก็ล้ม ยุ้ยได้ยินมาว่ามีแมววิ่งตัดหน้า แต่ก็ไม่ได้คิดอะไร และวันที่ 3 ก็พาผู้หญิงคนอื่นซ้อนรถคันนี้กลับเหมือนกัน แต่ก็ต้องไปล้มที่จุดเดิมอีก จนหลายๆ คนพูดกันว่า เป็นเพราะแฟนเก่าของพี่ตี๋ที่เสียไปหรือเปล่า..

จนวันนึงก็มาถึงขวัญ หลังจากเรียนพิเศษเสร็จ เกือบ 6 โมงเย็น อยู่ๆ พี่ตี๋ก็ชวนขวัญซ้อนรถกลับบ้าน ยุ้ยก็เตือนขวัญแค่ว่า ‘ระวังนะขวัญ มันอันตราย บ้านเราไกล..’ จากนั้น ยุ้ยก็เดินออกไปรอรถที่หน้าโรงเรียนกับเพื่อนอีก 2 คน พี่ตี๋กับขวัญก็ตามออกมา.. ถนนหน้าโรงเรียนจะมีที่กลับรถ ต้องข้ามไปกลับรถ พอยุ้ยมองตามรถพี่ตี๋ไป สิ่งที่เห็นคือ คนซ้อนท้ายกลับเป็นแฟนเก่าพี่ตี๋ที่เสียไป ไม่ใช่ขวัญ! ที่จำได้เพราะเขาจะชอบเอาผ้าเช็ดหน้าพาดบ่า ยุ้ยกับเพื่อนๆ ก็ตะโกนเรียกขวัญ แต่ขวัญไม่ได้ยิน และพอรถเลี้ยวออกไป ก็มีรถสองแถวฝ่าไฟแดงมาชนรถของพี่ตี๋กับขวัญกระเด็น ซึ่งตรงนั้นเป็นจุดเดียวกับที่แฟนเก่าของพี่ตี๋ถูกชนเสียชีวิต!

จากนั้นที่โรงพยาบาล ขวัญแขนหัก และรอดูอาการ ส่วนพี่ตี๋ยุ้ยไม่ทราบ ยุ้ยกับเพื่อนๆ ก็เล่าสิ่งที่เห็นให้ขวัญฟัง แต่ขวัญกลับบอกว่า ขวัญไม่เห็นพวกเราด้วยซ้ำ คิดว่ากลับบ้านไปแล้ว.. ตอนนั้นเอง ยุ้ยก็เลยบอกให้ขวัญเลิกยุ่งกับพี่ตี๋ ขวัญก็ได้แต่ร้องไห้.. ยุ้ยเห็นขวัญสภาพจิตใจไม่ดี เลยขอพ่อมานอนเฝ้าขวัญที่โรงพยาบาล เพราะรุ่งเช้าแม่ของขวัญถึงจะมาได้.. ห้องที่ขวัญนอนเป็นห้องพิเศษ 2 เตียง แต่มีขวัญเป็นคนไข้คนเดียว.. ตอนกลางคืนก็เลยคุยว่า พรุ่งนี้แฟนพี่ตี๋ก็จะเผาแล้ว เดี๋ยวยุ้ยไปเอง.. ขวัญเลยขอยืมโทรศัพท์ยุ้ยโทรหาพี่ตี๋ จะถามว่าเป็นยังไงบ้าง? ยุ้ยเลยต่อสายให้โดยเปิดออกลำโพงค่ะ ตอนนั้นได้ยินเสียงคนรับ แต่พูดเบามาก จับใจความไม่ได้ ยุ้ยเลยพูดขอสายพี่ตี๋ แต่เสียงที่ได้ยินกลับเป็นเสียงพระสวด! สวดศพเลยค่ะ ชัดมาก เลยตกใจรีบวางสาย คิดว่าคงหูฝาด แต่ตอนนั้นคือขนลุกมากๆ ค่ะ ทีนี้ก็ลองกดไปใหม่ ยังไม่ทันมีคนรับสาย กลิ่นนี่มาเลยค่ะ กลิ่นธูป ดอกจำปา ดอกมะลิ น้ำอบ ยาฉีดศพ แอลกอฮอล์ เป็นกลิ่นที่ยุ้ย และขวัญรับได้เร็วมาก ยุ้ยกับขวัญได้แต่มองหน้ากัน แบบรู้สึกได้ว่าเค้ามานะ.. ยุ้ยเลยตัดสินใจกดวางสายทันที

คืนนั้นเรา 2 คนจับมือกันแน่นมาก แล้วเสียงลูกบิดประตูก็ดัง เหมือนมีคนเข้ามา แต่กลับไม่มีใคร.. ต่างคนต่างกลัวเลยต้องนอนกอดกันไปจนหลับ แต่อยู่ๆ ก็ต้องตื่นเพราะมีเสียงคนเรียก ‘ขวัญ..ขวัญ..’ ทีแรกคิดว่าพยาบาล แต่ตื่นมากลับไม่มีใครอีกแล้ว!? จำได้ว่าเรานอนกอดกันแน่นมากจนเหงื่อแตก ทั้งที่เป็นห้องแอร์.. พอตอนเกือบเช้า พยาบาลก็เข้ามาตรวจขวัญ และบอกว่า ‘เพื่อนผู้หญิงที่มาเยี่ยมเพิ่งกลับไปนะ เมื่อคืนเค้ามาซะดึกเลย..’ เรา 2 คนได้แต่มองหน้ากัน คืออยากจะร้องไห้เพราะกลัวมากๆ.. ช่วงสายแม่ขวัญก็มา ขวัญเลยขอย้ายออกไปนอนห้องรวม ส่วนยุ้ยก็กลับบ้าน และตอนเย็นก็จะไปงานศพต่อ ด้วยความที่กล้าๆ กลัวๆ พอไปถึงงาน ยุ้ยเลยรีบไปไหว้ศพ และบอกว่า ‘ยุ้ย กับขวัญ ขอสัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้ชายของพี่อีก ไม่ว่าจะในฐานะใดๆ ก็ตาม..’ แล้วอยู่ๆ เทียนก็ดับไปเองโดยที่ไม่มีลม.. ตอนนั้น ยุ้ยคิดว่าเค้าคงรับรู้ได้นะ..

หลังจากนั้นวันนั้น.. เวลาเจอพี่ตี๋ แม้แต่แค่เดินผ่าน เรา 2 คนก็ไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้า.. ยุ้ยกับขวัญได้มารู้จากเพื่อนสนิทพี่ตี๋ทีหลังว่า รถมอเตอร์ไซค์คันนั้น แฟนเก่าพี่ตี๋เป็นคนเก็บเงินซื้อให้เองทั้งหมด.. และด้วยความไม่สบายใจ ขวัญก็ได้ย้ายไปเรียน ปวส. ที่อื่นในเทอมถัดไป..

ขอขอบคุณแหล่งที่มา คุณยุ้ย…

Uncategorized

ผมรักพ่อตา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ผมรักพ่อตา เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผมรักพ่อตา

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผมรักพ่อตา

เรื่องนี้เคยได้ยินคนเล่าต่อๆ กันมา เป็นเรื่องราวในงาน ศพของพ่อตา ที่เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน ในงานศพ ลูกเขย 3 คนของพ่อตา ต่างยืนเรียงหน้ากันข้างโลงศพเพื่อไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย..

ลูกเขยคนโต มีอาชีพเป็นหมอ ได้พูดขึ้นว่า.. ‘พ่อได้จากพวกเราไปแล้ว.. นี่คือสิ่งที่ผมคงทำให้พ่อได้เป็นครั้งสุดท้าย’ แล้วลูกเขยคนโตก็หยิบเงินสดจำนวน 100,000 บาทใส่ลงไปในโลง และพูดว่า ‘ผมให้พ่อไปใช้ในภพหน้าครับ..’

ลูกเขยคนกลาง มีอาชีพเป็นครู เห็นแบบนั้นจึงพูดขึ้นบ้างว่า.. ‘ผมก็คงไม่มีอะไรจะให้พ่อ ตำแหน่งผมก็ยังเล็กอยู่ ผมให้เงินพ่อไปใช้ในภพหน้าแล้วกัน..’ แล้วลูกเขยคนกลางก็หยิบเงินสดจำนวน 70,000 บาท ใส่ลงไปในโลง

ส่วน ลูกเขยคนเล็ก เป็นตำรวจ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยว่า.. ‘ผมเพิ่งเป็นตำรวจใหม่ๆ เงินเดือนผมก็ยังน้อยอยู่ ผมคงช่วยพ่อได้แค่ 30,000 บาทนะครับ..’ พูดจบลูกเขยคนเล็กก็หยิบเช็คขึ้นมา เขียนตัวเลขลงไป 200,000 บาท และฉีกออกจากเล่มวางใส่ลงไปในโลง แล้วหยิบเงินทอนขึ้นมา 170,000 บาท ก่อนจะร้องห่มร้องไห้เดินจากไป..

ขอขอบคุณแหล่งที่มา ไม่ทราบที่มา…

Uncategorized

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เตียงอาถรรพ์

Posted by Pinkie on
เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เตียงอาถรรพ์
เตียงอาถรรพ์

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เตียงอาถรรพ์

เป็นเรื่องเล่นของ เพื่อนชื่อนิกโดยเล่าว่าสมัยก่อนนั้นบ้านเขาค่อนข้างยากจนอยู่บ้านเก่าๆมุงด้วยจาก ในซอยนั้นเป็นเหมือนสลัม ส่วนตัวเขาอยากได้ เตียงนอน สักอันเพราะเขานอนกับพื้นมาตลอดทำให้เขาปวดหลังในเวลานอนกลางคืน เขานั้นทำอาชีพก่อสร้างไม่ค่อยมีเงินมากนักต้องคอยเลี้ยงพ่อแม่ที่แก่แล้วเหตุการณได้เกิดขึ้นต่อจากนี้

รุ่งเช้ามีป้าข้างบ้านได้มาหานิกในวันหยุดแล้วบอกว่า นิกอยากได้เตียงไหมพอดีมีคนให้มาแต่ป้ามีแล้วนำไปใช้สิ แล้วเขาก็รีบตอบรับอย่างไว “ผมเอาขอรับกำลังอยากได้อยู่พอดี” แล้ววันนั้นเขาก็ได้เตียงอันเป็นปัญหาโดยไม่เคยรู้ที่มาที่ไปว่ามาจากไหน เขารู้สึกชื่นมื่นกับที่นอนอันแรกของเขามาก

ในช่วงกลางคืนตอนที่เขานอนนั้นได้มีเสียงประหลาดอยู่รอบๆเตียงเหมือนมีใครเดินอยู่รอบๆทำให้เรานั้นนอนหลับๆตื่นๆอยู่เรื่อยมา และเหมือนมีคนคอยดึงขา ตอนนั้นเขาก็ยังไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่พอมาอยู่คืนหนึ่งตอนนอนเวลา ตี1-2 เขารู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก เหมือนมีอะไรมากดทับที่ตัวอึดอัดมาก และมีกลิ่นเหมือนอะไรเน่าๆเหม็นมากนิกก็เลยค่อยๆลืมตาขึ้นมาทันใดเขาได้เห็นผู้ชายตัวผิวสีดำหน้าตาเลอะนั่งกดตัวเขาจะร้องให้คนช่วยก็ไม่มีคนได้ยินซึ่งผู้ชายผิวดำได้เอาหน้าเขามาหาเขาอย่างช้าตัวเขาเกร็งไปหมดจึงได้หลับตา และสวดมนต์อยู่พักใหญ่จนผีตัวนั้นหายไปทำให้คืนนั้นเขานอนไม่หลับหวาดระแวงตอลดจนเช้า พอรุ่งเช้าเขาได้ถามป้าที่เอาเตียงมาให้ว่าเตียงนั้นของใครป่าได้ตอบว่าของญาติที่เสียไปแล้วนิกก็ไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อคืนให้ป้าฟังแล้วคืนเตียงให้เขาไปจนบัดนี้ไม่รู้ว่าเตียงนั้นตกไปอยู่กับใคร

ขอขอบคุณแหล่งที่มา h-horror.com…

Uncategorized

ถ่ายติดผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ถ่ายติดผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ถ่ายติดผี

ถ่ายติดผี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณต่อ และเพื่อนๆ เป็นเรื่องของความเชื่อที่พวกเรา ก็คงเคยได้ยินมานาน ว่าถ้าเราก้ม มองลอดหว่างขา ตัวเอง จะสามารถเห็นผี หรือวิญญาณ ที่อยู่อีกภพภูมิ แถวนั้นได้

คุณต่อเล่าว่า.. ช่วงนั้นผมเรียนมหาวิทยาลัย ปี 2 คณะนิเทศศิลป์ครับ และก็เป็นเทอมที่มีการเรียนถ่ายภาพ สมัยนั้นยังเป็นกล้องฟิล์มอยู่ ซึ่งก็จะมีโปรเจคที่จะต้องไปถ่ายรูปตามที่ต่างๆ และพอถึงโปรเจคสุดท้าย ซึ่งเป็นโปรเจ็คกลุ่มละ 3 คน ที่สามารถจะคิดคอนเซ็ปได้เองตามใจชอบ กลุ่มผมก็คิดไอเดียแปลกๆ คือเลือกที่จะตระเวนถ่ายภาพสถานที่เร้นลับ ที่ขึ้นชื่อเรื่องเฮี้ยนๆ ทั้งหลายครับ

พวกผมก็ตระเวนออกรถไปถ่ายหลายๆ ที่ เช่นสุสานโสเภณี บ้านร้างแถวลาดพร้าว และย่านเมืองทอง และตึกร้างผีสิงทั้งหลายในเมือง.. โดยคอนเซ็ปภาพที่พวกผมถ่าย จะเป็นการก้มถ่ายภาพลอดหว่างขาทุกภาพ ภาพจะออกมาแปลก แหวกแนว และดูเป็นการท้าทายความเชื่อ.. ในแต่ละที่ที่พวกเราไป เราก็ไม่ได้ไปลบหลู่อะไร และก็มีการจุดธูปขอขมาทุกครั้ง

หลังจากพวกผมตระเวนถ่ายรูปมาได้พอสมควร ก็มาถึงเวลาที่จะต้องเข้าห้องมืดเพื่อล้างรูป รูปออกมาสวย และได้อย่างที่ต้องการ.. แต่ผมก็มาสะดุดกับรูปหนึ่ง ซึ่งเป็นรูปที่ถ่ายในตึกร้างผีสิงแห่งหนึ่ง ที่ว่ากันว่ามีคนผูกคอตายอยู่ที่ชั้น 4 ซึ่งในรูปก็ปรากฏเป็นเงาลางๆ เหมือนเป็นช่วงหน้าผาก กับตาของคน ที่ด้านล่างของรูป ซึ่งรูปนี้ โอ เพื่อผมเป็นคนถ่าย และพวกผมทุกคนมั่นใจว่า ระหว่างที่ถ่ายก็ไม่มีใครโผล่หน้าเข้าไปแน่นอน

หลังจากนั้นไม่ถึงอาทิตย์ ก็เกิดเหตุการณ์เลวร้ายขึ้น โอประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิต ขณะขับรถกลับบ้านที่จังหวัดนครราชสีมา และทางหน่วยกู้ภัยแจ้งว่า ในมือผู้ตายได้ถือรูปถ่ายใบนั้นอยู่.. ตอนนั้น ผมและเพื่อนอีกคนขนลุกไปหมด เพราะไม่แน่ใจว่า เป็นเพราะความเฮี้ยนของสิ่งนั้นรึเปล่า และจนตอนนี้ ผมก็ยังไม่เคยได้เล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเลย..

ขอขอบคุณแหล่งที่มา SINTHAI…

Uncategorized

ผีปิดแอบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ผีปิดแอบ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีปิดแอบ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีปิดแอบเรื่องเล่า

เรื่องนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ตอนนั้นอายุประมาณ 9 ขวบได้ ผมจะเล่าจากในความทรงจำของผม บวกกับสิ่งที่พ่อแม่เล่าให้ผมฟัง เพราะมันเป็นเหตุการณ์ ที่ไม่มีใครลืมจนทุกวันนี้ครับ

ครอบครัวของผม เป็นคนจังหวัดจันทบุรีครับ พ่อแม่ก็จะพาผมไปวัดเป็นประจำ ไม่ว่าจะมีงานวัด หรืองานบุญ.. และวันที่เกิดเรื่องก็คือ วันที่ไปงานสรงน้ำพระประจำปี ที่วัดก็จะมีเด็กๆ ลูกๆ ของชาวบ้านแถบนั้นมาเล่นกันเยอะแยะ ด้วยความเป็นเด็ก ผมก็แยกจากพ่อแม่ ไปเล่นกับเพื่อนกลุ่มใหม่ที่ หลังวัด เพื่อนกลุ่มนี้กำลังจะเล่นซ่อนแอบกันอยู่พอดี โดยที่มีกันประมาณ 8 คน รวมผมด้วย ก็โอน้อยออกกัน และผมก็เป็น 1 ใน 7 คนที่ต้องไปซ่อน

เพื่อนที่เป็นฝ่ายหา ก็หลับตาที่ต้นไม้นับไป ส่วนผม และเพื่อนที่เหลือ ก็วิ่งหาที่ซ่อนกันในวัด ผมวิ่งแยกไปไกลกว่าใคร จนไปเจอเด็กผู้หญิงในกลุ่ม ที่วิ่งไปซ่อนในบ่ออิฐ ลักษณะคล้ายบ่อน้ำ แต่ไม่ลึก ผมก็เลยลงไปด้วย และก็ปิดฝาด้านบนไว้.. ก็ยังหัวเราะกับเด็กผู้หญิงคนนั้น ว่าคงไม่มีทางหาเจอ ผมชวนคุยไปเรื่อย ก็เลยรู้ว่าเด็กคนนั้นชื่อทับทิม.. ผมจำได้ว่าตอนนั้น ผมเผลอหลับไปแค่ไม่นาน พอตื่นขึ้นมาอีกที ในนี้มืดสนิทเลย ผมก็พูดกับทับทิมว่า คงไม่มีคนเจอแล้วล่ะ ไปกันเถอะ.. แต่กลับไม่มีเสียงตอบ.. ผมรีบเปิดฝาบ่อ ทำให้เห็นว่า ในนี้กลับมีแค่ผมคนเดียว

ผมรีบวิ่งกลับมาตรงลานหน้าวัด ปรากฏว่ามีตำรวจ พระ กับชาวบ้านอยู่หลายคน และก็เป็นเสียงพ่อแม่ผมตะโกนเรียกชื่อผม และวิ่งเข้ามากอด ตอนนั้นผมก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น? พ่อแม่ถามผมด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้ว่า ไปไหนมา? ผมก็เล่าว่า ผมเล่นซ่อนแอบกับเพื่อนๆ ที่หลังวัด และตามเด็กผู้หญิงคนหนึ่งไปแอบในบ่อข้างหลัง และเผลอหลับไป จนตื่นขึ้นมาก็อยู่คนเดียว และก็วิ่งกลับมานี่ ตำรวจพูดแทรกขึ้นมาว่า จะเป็นไปได้ยังไง เด็กๆ ที่เล่นบอกว่ามีแต่เด็กผู้ชาย และผมก็หายไปตั้ง 2 วัน 2 คืน แล้วอีกอย่าง ในบ่อข้างหลังวัด ทุกคนไปเปิดหาแล้ว ก็ไม่เจอ!? ผมนี่งงมากตอนนั้น

จนสุดท้าย พระสงฆ์รูปหนึ่งก็บอกให้ทุกคนตามไปที่สุสานด้านหลังวัด และท่านก็หยุดอยู่ที่สุสานของคนคนหนึ่ง ผมก็ตกใจร้องไห้ออกมาทันที.. เพราะชื่อบนสุสานนั้นคือ “ทับทิม” ภายหลังพระท่านก็เล่าให้ฟังว่า เมื่อ 5 ปีก่อนได้ น้องทับทิมไปเล่นที่หลังวัด แล้วเกิดพลัดตกลงไปในบ่อน้ำ และจมน้ำตาย ทำให้ภายหลัง ต้องถมปูนปิดไว้ถาวร.. จนผมโตขึ้นมา นึกถึงเรื่องนี้ทีไรก็ยังต้องขนลุกทุกครั้ง…