Category Archives

61 Articles

Uncategorized

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
คฤหาสน์วินเชสเตอร์ ประสบการณ์จริงเรื่องเล่า-เรื่องหลอน

คฤหาสน์วินเชสเตอร์

คฤหาสน์วินเชสเตอร์ / ในยุคที่คนขาวรุกรานถิ่นอินเดียแดง พวกอินเดียแดงมีวิธีต่อสู้กับอาวุธปืนด้วยการขี่ม้าวนไปรอบๆเพื่อล่อให้ยิง พอคนขาวกำลังบรรจุกระสุนใหม่ก็เป็นโอกาสเข้าโจมตีของอินเดียแดงเพราะปืนไรเฟิลยุคนั้นบรรจุกระสุนได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น จนเมื่อโอลิเวอร์ วินเชสเตอร์สร้างปืน ไรเฟิลที่บรรจุกระสุนได้ถึง 13 นัดในคราวเดียว พวก อินเดียแดง ก็ล้มตายราวกับใบไม้ กระทั่ง มีการเรียกปืนไรเฟิลรุ่น ปี 1873 ของวินเชสเตอร์ว่า”ปืนพิชิตตะวันตก” (The gun that won the West) วิลเลียม เวิร์ต วินเชสเตอร์ ผู้เป็นลูกชายได้ขายปืนให้รัฐบาลอเมริกา มันถูกนำไป ใช้ในทางการทหารและแพร่หลายไปจนทั่วโลก ตระกูลวินเชสเตอร์จึงร่ำรวยอย่างมหาศาล

ปี ค.ศ.1862 วิลเลี่ยมสมรสกับซาราห์ (หานามสกุลเดิมไม่เจอ ทั้งในหนังสือและในเว็บ เอาเป็นว่านางสาวซาราห์ ไม่ทราบนามสกุลก็แล้วกันครับ) บ้านเดิมเธออยู่ที่เมืองนิวฮาเวน รัฐคอนเน็คติคัต แต่งงานได้ 4 ปีเธอก็ให้กำเนิดลูกสาวคนแรก ชื่อแอน แต่เดือนต่อมาแอนก็ เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ และทั้งสองก็ไม่เคยมีลูกอีกเลย

ปี ค.ศ.1880 โอลิเวอร์เสียชีวิตลงอย่างกระทันหัน วิลเลียมจึงเข้าดูแลกิจการแทนพ่อ ได้เพียง 1 ปี วิลเลียมก็เสียชีวิตด้วยวัณโรคอีก ซาราห์โศกเศร้าเสียใจอย่างมาก ประกอบกับ เธอค่อนข้างจะเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ จึงไปปรึกษานักจิตศาสตร์ที่บอสตัน

เธอได้รับคำแนะนำ ว่าโชคร้ายที่ประดังเข้ามานี้ล้วนเกิดจากความแค้นของผู้คนที่ตายด้วยปืนของตระกูลสามีเธอ ให้เธอย้ายบ้านไปอยู่ทางฝั่งตะวันตกเสีย และสร้างบ้านให้เกิดเสียงดังตลอดเวลาเพราะเสียง ค้อนตอกตะปูในเวลาสร้างบ้านจะตอกย้ำเข้าไปในรูหูของปีศาจ ทำให้มันไม่กล้ามารบกวน

ซาราห์จึงย้ายบ้านมาอยู่ที่เมืองซานโฮเซ่ ทางเหนือของแคลิฟอร์เนีย ซื้อบ้านเก่า หลังใหญ่ มีห้องจำนวน 8 ห้อง ตั้งอยู่บนที่ดินผืนโต จ้างคนสวน 12 คน คนรับใช้ 10 คน และช่างไม้อีกจำนวนมาก เพื่อที่จะให้สร้างและต่อเติมบ้านของเธออยู่ตลอดเวลา ซาราห์ ให้สร้าง “ห้องสีฟ้า” อันเป็นห้องลับสุดยอดที่เธอจะใช้ติดต่อกับวิญญาณที่ดี เพื่อช่วย คุ้มครองและแนะนำการต่อเติมบ้านให้เธอ ซาราห์เชื่อว่าพวกผีแต่ละตนมักจะพิกลพิการ
เธอจึงให้สร้างประตูลับ ประตูกล บันไดหลอก

และประตูปลอมเอาไว้มากมาย เพื่ออำนวย ความไม่สะดวกให้พวกภูตผีที่จะเข้ามารังควานเธอ บ้านหลังนี้มีห้องนอน 43 ห้อง ที่เธอ จะแอบเข้าไปนอนโดยไม่บอกใครว่าคืนนี้จะนอนห้องไหน กลัวผีตามถูกห้องว่างั้นเถอะ
ส่วนห้องสีฟ้าของเธอนั้น กว่าจะเข้าไปได้เธอต้องเดินไปตามระเบียงยาวคดเคี้ยวไปมา จนถึงผนังตันก็กดปุ่มลับเลื่อนผนังเปิดเข้าไปในห้อง

แล้วปีนหน้าต่างข้ามไปยังห้องติดกัน ขึ้นบันไดอีก 1 ชั้นแล้วย้อนกลับลงมาชั้นเดิม เดินต่อไปจนถึงทางแคบเล็กที่มีประตูกล หมุนเข้าสู่ห้องลับ และเปิดตู้เสื้อผ้าที่ภายในเป็นทางลับเข้าสู่ห้องสีฟ้าของเธอ (ปวดหัวแทน)

ประตูหลอกที่เปิดไปเจอผนังตัน และบันไดที่เดินขึ้นไปจนจรดเพดาน ประตูหลอกที่ถ้าขืนดื้อเดินออกไปก็จะหล่นปุ๊ลงไปจากชั้น 2 ซาราห์ต่อเติมบ้านหลังนี้จนสลับซับซ้อน เมื่อปี ค.ศ.1907 เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่
บ้านของเธอจากที่มี 7 ชั้นก็พังลงเหลือ 4 ชั้น และเธอก็หลงทางอยู่ในบ้านของตัวเอง จนเธอคิดว่าคงไม่รอดแน่แล้ว แต่ก็ได้รับความช่วยเหลือจากภายนอกได้ทัน

ในคืนวันที่ 15 กันยายน ค.ศ.1922 ขณะที่ช่างไม้ 2 คนกำลังทำงานอยู่บนหลังคา ก็เกิดฟ้าผ่าลงมาใกล้ๆ ช่างไม้ทั้ง 2 กลัวจึงหยุดงานแล้วลงมาข้างล่าง และในคืนนั้นเอง ซาราห์ก็ถึงแก่กรรมอย่างสงบด้วยวัย 83 ปี เป็นการปิดฉากตำนานการ “สร้างบ้านหลอกผี” แต่เพียงเท่านี้

บ้านหลังนี้มีมูลค่า 5,500,000 ดอลล่าร์สหรัฐ มีห้องทั้งหมด 160 ห้อง สูง 4 ชั้น (จากเดิม 7 ชั้น) ห้องใต้ดิน 2 ชั้น ประตู 950 บาน หน้าต่างประมาณหมื่นบาน เตาผิง 47 เตา บันได 40 ที่ (376 ขั้น) และห้องจัดเลี้ยงอีก 2 ห้อง บ้านของเธอถูกเปลี่ยนมือไปหลายครั้ง จนสุดท้ายตกมาเป็นสมบัติของชาติ มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่เมื่อปี ค.ศ.1973 และขึ้นทะเบียน เป็นโบราณสถานทางประวัติศาสตร์เมื่อปี ค.ศ.1984

ปัจจุบันได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันขึ้นชื่อของแคลิฟอร์เนีย โดยการเข้าชม ต้องมีไกด์นำทางไปด้วย เพราะบ้านเขาวงกตนี้ไม่ได้หลอกแค่ผี คนธรรมดาและตัวไกด์เองก็ยังหลงทางเอาได้ง่ายๆ…

Uncategorized

ควรสวดมนต์ก่อนนอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ควรสวดมนต์ก่อนนอน  เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ควรสวดมนต์ก่อนนอน

ควรสวดมนต์ก่อนนอน / วันนี้ขอมาเล่าเกี่ยวกับประสบการณ์ที่เจอมาเมื่อสมัยเด็กๆ ตอนไป บวชเณร ภาคฤดูร้อน สักประมาณ ตอนก่อนขึ้น ม.1 แม่ได้พาผมไปบวชที่วัดแห่งหนึ่งในจังหวัดนครนายก ไม่ใช่วัดในเมือง

เป็นชนบท ซึ่งเค้าจะจัดกิจกรรมบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อนเป็นประจำทุกๆ ปี ปีก่อนนั้นผมก็มา ปีนี้ผมเลยชวนเพื่อนๆที่เรียนด้วยกันมาบวชด้วยหลายคน ที่วัดนี้ พอตกกลางคืน ก็ปล่อยสามเณร เข้านอนโดยการนอนบนศาลานั่นแหละ ใครจะนอนตรงไหนแล้วแต่ท่านเลย หาที่กันเอาเอง แต่เค้ามีมุ้งให้กาง บางคนก็ไม่นอน แกล้งคนอื่น ผมไม่อยากโดนแกล้งเวลาหลับ เลยพากันกับเพื่อนๆ ไปนอนห้องหลวงตาองค์นึง วัดนี้

พวกพระเคยเล่าว่า เคยเจอสิ่งแปลกๆต่างๆ เช่นพวกอสูรกาย มีพระเคยเห็น หมาดำตอนดึกๆ หมาดำคงไม่แปลก แต่ที่แปลกคือหมาดำตัวใหญ่เท่าม้า พอคนเห็ฯมันก้กระโดดลงบันไดไป หายไป เวลาไปบวชภาคฤดูร้อน ก็จะทำกิจกรรมต่างๆ ตอนกลางวัน หรือเล่นกันจนเหนื่อย พอตกกลางคืน ผมเข้านอนที่ห้องหลวงตา ด้วยความเหนื่อยผมจึงไม่ได้สวดมนต์ก่อนเข้านอน ซึ่งปกติจะสวดก่อนนอนทุกคืน ผมนอนริมขวาสุด ติดกะหลวงตา แต่หลวงตานอนบนเตียงไม้นะ แล้วก้พวกเพื่อนๆ นอนเรียงๆกันไป ช่วงที่ผมหลับ ก็รู้สึกว่ามีคนมาเขกหัวผม โป๊ก!! โป๊ก!! โป๊ก!! จนผมรู้สึกตัว จริงๆ มันรู้สึกตั้งแต่ที่แรกแล้วแหละ แต่ไมไม่ได้คิดอะไร ด้วยความรำคาญ จึงสบัดมือสวนกลับไปทีนึง รู้สึกว่าโดนบางอย่าง โดนแน่ๆ แล้วมันก้ไม่เขกหัวผมอีก ผมมองขึ้นไปบนหัวนอน มันไม่มีอะไร จะว่าเพื่อนแกล้ง ก็ไม่น่าใช่ เพราะแต่ละคน ไม่ได้นอนเบียดกัน ถ้ามันแกล้งแล้วกลับไปนอน มันต้องได้ยินเสียงอะไรบ้างแหละ เพราะพื้นศาลาเป็นไม้

ด้วยความง่วง ผมจึงนอนต่อโดยคืนนั้นไม่เกิดอะไรขึ้นอีก เรื่องมันยังไม่จบแค่นี้ มันมีอีกวันที่ผมไม่สวดมนต์ก่อนนอน ด้วยเหตุผลเดิม ง่วงนอน ผมจึงหลับไป โดนมีเพื่อนๆ นอนเรียงๆกันเหมือนเดิม คราวนี้มาเป็นตัวๆเลยครับ แสงจันทร์กับไฟ ที่ส่องผ่อนหน้าต่างเข้ามาภายในห้อง ซึ่งมันก้มืดแต่พอมองเห็นนั่นแหละ มันมานั่งค่อมผมเลยแล้วบีบคอผม ผมรุสึกว่ามันหนักๆ และสัมผัสได้ว่าเป็นตัวเป็นตน ผมตื่นมาก็เหนภาพดังกล่าวบนตัวผม แต่ผมไม่ได้คิดว่าเป็นผี ก็คิดว่าเพื่อนแกล้ง ผมสู้กะมันอยู่พักนึงอ่ะ สวนกันไปๆมาๆ จนผลักมันลงไปข้างซ้ายตัวผมได้ ช่วงจังหวะนั้นผมไม่รอช้า ผมมองเห็นเพื่อนผมนอนอยู่ ผมโบ๊ยว่าเป็นมันทันที ผมเลยทุบไปที2ที กับถีบมันอีก ไม่ใช่ทุบเบาๆนะครับ แต่มันไม่รุสึกหรือร้องอะไรเลย ถ้าคนมันแกล้งผมว่ามันน่าจะขำ หรือร้องบ้างแหละ ตอนโดนทุบ แล้วอีกอย่างที่ผมเอะใจ ได้เงาที่มันร่วงลงไปข้างตัวผม มันกระเด็นไปข้างๆ ตัวผมนี่เอง แต่เพื่อนผม อยู่ห่างกะผมพอสมควร วันต่อมาผมจึงถามหลวงตาว่าห้องน้ำมี อะไรหรือป่าว ท่านบอกว่า

เคยมีพระจากวัดอื่นมาจำวัด จำวัดกับท่านนี่แหละ เป็นพระมหาแล้ว ไม่ยอมสวดมนต์ก่อนจำวัด ตอนดึกหลวงตาท่าตื่นมาไปเข้าห้องน้ำเห็นพระรูปนี้ กำลังทำท่าทำทางสู้กะอะไรเหมือนกัน แต่ไม่ได้สนใจ พอกลับมาจากห้องน้ำ พระมหารูปนี้ตื่น แล้วถามหลวงตาว่า ทำไมท่านไม่ช่วยผมเลย มะกี้อ่ะ หลวงตาบอกว่าจะไปรู้หรอคิดว่านอนละเมอ จากนั้นผมเลยสวดมนต์ทุกคืนก่อนนอน จนถึงวันจบกิจกรรม บรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน…

Uncategorized

เจอดีที่ญี่ปุ่น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
เจอดีที่ญี่ปุ่น เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

เจอดีที่ญี่ปุ่น

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน เจอดีที่ญี่ปุ่น

เรื่องนี้อ่านพบจากกลุ่มเกี่ยวกับท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นในเฟส เรื่องมีอยู่ว่า.. พวกเราเคยเจอเรื่องขนหัวลุกที่ ประเทศญี่ปุ่น​ ในเวลานั้นบินไฟลท์ดึกดื่น​ ถึงเมืองโตเกียวยามเช้า​แล้วเที่ยวต่อเลย​ วันนั้นทั้งยังสนุกและเหนื่อยมาก ตกเย็นเข้าที่เข้าทางพัก​ อาบน้ำแล้วรีบนอนเลย​ ห้องพวกเราปิดไฟหมด​แต่อ้าผ้าม่านเอาไว้นิดหน่อย​ แสงสว่างจากถนนก็เลยลอดเข้ามาแลเห็นด้านใน​ห้องได้ลางๆ

พวกเราตกใจ​ตื่นอีกครั้งประมาณตี 2​ เนื่องจากว่ารู้สึก​ราวกับมีคนมาจ้องมองพวกเราที่ปลายเตียง​ แล้วก็อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก​ พวกเราค่อยๆแง้มตาดูนิดๆแม่เจ้า!!! พวกเรามองเห็นมีขา​ 2 ขา​ ลอยอยู่ติดฝาผนังต่อจากเท้าพวกเราไปนิดหน่อย​ (โรงแรมที่ประเทศญี่ปุ่นห้องมันแคบ)​ และที่สำคัญ​ มันมีแค่ตอนเอวลงมาถึงเท้า​แค่นั้น ไม่มีท่อนบน!​ และไม่มีหัว! ดวงใจเวลานี้นี่เต้นปึงปัง​ ร้องไม่ออก​ เอายังไงดี?​ สวดมนต์ไหว้พระ​แผ่กุศล​ ผีประเทศญี่ปุ่นอาจฟังไม่ออก เลยหลับตาไปครู่หนึ่ง​ ลืมตาขึ้นมา​ใหม่ ขาคู่นั้น​ก็ยังลอยอยู่​ที่เดิม!​ ทั้งยังกลัวทั้งยังโกรธ​ ทำไมไม่ไปไหนสักที​ ไอ้รูมเมท​ก็นอนกรนคร่อก​ๆไม่ตื่นมาโดนผีหลอกร่วมเคราะห์กรรมด้วยกันเลย

สุดท้าย​ตัดสินใจ​ เป็น​ไงเป็น​กัน​ รวบรวมความกล้า​ลุกไปเปิดไฟห้อง ‘​พรึ่บ’​ สว่างทั้งห้อง​ ..แต่!​ 2 ขานั้นยังลอยอยู่​ที่เดิม​ ไม่หายไปไหน! ส่วนเพื่อน​โดนเราปลุกมาด่า..

‘ฮึ่ม​! ทีหลังมึงอย่าเอากางเกงยีน​ส์มาแขวงไว้ปลายเท้ากูอีกนะ​ อีดวก อีผีลีวายส์!’

แหล่งที่มา thehouse

Uncategorized

ท้าผีบ้านร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ท้าผีบ้านร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ท้าผีบ้านร้าง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ท้าผีบ้านร้าง  เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณโตครับ เพราะคุณโตได้อ่าน เล่า สยดสยอง ก่อนนอน 309 แล้วพูดว่า มีน้องคนหนึ่งที่รู้จักก็เคยโดนดีที่บ้านหลังเดียวกันนี้ คุณโตเล่าว่า.. ย้อนกลับไปสัก 3 ปีน่าจะได้ พวกเรา รวมทั้งน้องๆได้ไปสำรวจบ้านร้างหลังที่ว่านี้แถวซีรอคอย บอกกันปากต่อปากว่าน่ากลัวมากมายๆบ้านนี้จะอยู่ในหมู่บ้านครับ หากผมจำไม่ผิดเขาคงจะเรียกกันว่า 7/7 ครับผม

เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า คืนนั้นช่วงเวลา 3 ทุ่ม พวกเราก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย โดยในกลุ่มผมเนี่ย จะมีรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อ อาหมัด น้องคนนี้ค่อนข้างจะปากดี แซวทุกเรื่อง ด่าทุกอย่างที่ไม่เห็น และก็คืนนั้นก็มันนั่นแหละที่ชวนไปบ้านร้างข้างหลังนั้น แต่ทุกคนก็โอเคตกลงจะไปกันทั้งหมด 7 คน เนื่องจากว่าความต้องการอยากจะรู้อยากจะเห็นในสิ่งเหนือธรรมชาตินั่นเอง.. ก็ขี่จักรยานยนต์ไปกันหลายคัน จนกระทั่งป้อมยามหน้าหมู่บ้าน ยุคนั้นมียามครับผม ยามมีความเห็นว่าเป็นเด็กวัยรุ่นมากันเยอะ ก็เลยถามคำถามว่า ‘จะไปไหนกันครับ?’ ไอ้หมัดตอบเลย ‘ไป 7/7 เพ่.. มันมีไรเหยอ? ผมอยากรู้..’ ยามก็เลยบอก ‘อย่าไปเลย มันมืดค่ำแล้วอันตราย ไหนจะขโมย ไหนจะงู..’ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เราเปลี่ยนใจกันครับ

พอขี่เข้าไปไอ้หมัดก็อุทานว่า ‘7/7 หรอ วันนี้หมัดมาเอง มาถึงที่เล้ย!’ ก่อนจะขี่รถนำเข้าไป พอไปถึงบ้านหลังที่ว่าก็จอดรถกันหน้าบ้าน พอดีมีป้าคนหนึ่งเดินผ่านมาถามว่า ‘พวกหนูมาทำอะไรกันเหรอ?’ ไอ้หมัดจึงพูดกลับไป ‘พวกผมมาหาผีครับป้า!’ ป้าแกก็เงียบแล้วก็เดินไปโดยไม่พูดอะไร.. ลักษณะบ้านจะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในมืดมาก แอบมีต้นไม้รกร้าง ไอ้หมัดด้วยความไม่กลัว และไม่เชื่อเรื่องผี จึงอุทานออกมาอีกว่า ‘บ้านนี้เหรอวะ ก็บ้านธรรมดาๆ ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่พวกบังๆ กูบอกเลย..’ จากนั้นพวกเราก็เปิดรั้วเข้าไปเดินสำรวจเบาๆ ไปกัน 4 คน ส่วน อีก 3 คนรออยู่หน้าบ้าน..

เดินไปได้สักแป๊บ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนที่อยู่นอกบ้านโวยวาย แล้วก็ขี่รถออกไปอย่างไว ด้วยความตกใจ พวกที่สำรวจบ้านเลยวิ่งกันออกมา แล้วไอ้หมัดด้วยความที่รักเพื่อน หรือซ่าก็ไม่แน่ใจ มันก้มหยิบหินก้อนพอดีมือมาก้อนหนึ่งปาเข้าไปในบ้าน พร้อมกับพูดว่า ‘มึงทำให้เพื่อนกูตกใจทำไม! ทำไมไม่มาหากู!’ แถมมันยังชวนเพื่อนๆ ปาหินกันเข้าไปในบ้านอีก แต่ที่แปลกคือ มันไม่มีเสียงก้อนหินกระแทก หรือกระทบกับอะไรเลยสักนิดเดียว ไอ้หมัดมันคนไม่กลัว จึงเดินเข้าไปในบ้านดู มันบอกว่าเห็นก้อนหิน 6-7 ก้อนเรียงกันเป็นแถวอยู่ที่หน้าประตู! ทุกคนที่ได้ไปเห็นก็เริ่มกลัวกันละครับ ชวนกันบอกให้รีบกลับกันดีกว่า..

ขากลับมอเตอร์ไซค์ของไอ้หมัดไม่มีใครอยากซ้อน เพราะปากมันไม่ค่อยดีครับ แต่มันก็ยังไม่วาย มองเข้าไปในบ้านแล้วพูดขึ้นว่า ‘มาๆ ใครจะกลับบ้านรีบขึ้นรถ เดี๋ยวพี่พายกล้อ!!’ มันพูดเองขำเองอยู่ของมันคนเดียว คนอื่นนี่กลัวจนตัวสั่นแล้วครับ พอไอ้หมัดออกรถไปยังไม่ทันไร รถมันก็ล้มอย่างแรงมากๆ คือในสายตาพวกผมที่เห็นจากข้างหลังคือ รถมันกระเด็นไปเฉยๆ เหมือนมีคนกระโดดถีบยังไงยังงั้น แต่พอไปบอกมันมันกลับไม่คิดอะไร คิดว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่า แล้วคืนนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปครับ

ผ่านไปได้ประมาณ 4 วัน ไอ้หมัดก็เริ่มมีอาการแปลกๆ อยู่ๆ ก็ไม่สบายหนัก แล้วพอตกดึกแม่ของหมัดก็มักจะได้ยินเสียงคนมาเรียกที่หน้าบ้าน ก็คิดว่าเพื่อนมาแกล้งเลยไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้นิสัยลูกตัวเอง ว่าอาจจะไปกวนตีนคนแถวบ้านไว้.. พอหมัดเริ่มอาการดีขึ้น มันก็ขี่รถมาหาพวกผมที่ที่ประจำ ที่นั่งเล่นแถวหมู่บ้านตามปกติ แต่ว่าครับ ตอนแยกย้ายกลับบ้าน มีเพื่อนในกลุ่มคนหน่ึงบอกว่า ‘ตอนไอ้หมัดขี่รถกลับไป กูเห็นเงาที่พื้นจากเสาไฟ แม่งมีเงาคนซ้อนอีกคน อย่างชัดเลย..’ เช้าวันรุ่งขึ้น หมัดและเพื่อนอีกคนกำลังจะไปเรียน ก็เดินผ่านพระรูปหนึ่ง พระท่านทักว่า ‘โยม.. อาตมารู้ว่าโยมเป็นคนไม่กลัว ไม่เชื่ออะไร แต่เชื่ออาตมาเถอะ ไปขอขมาเขาซะ..’ ไอ้หมัดได้ฟังยังกลับขำ แล้วกระซิบบอกเพื่อนว่า ‘พระพูดอะไรวะ?’

จากนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับไอ้หมัด เริ่มเห็นเงาวูบวาบที่หางตาบ้าง เวลาขี่รถจะรู้สึกหนักๆ เหมือนมีคนซ้อนบ้าง ดึกๆ ก็จะได้ยินเสียงคนมาเรียกชื่อตัวเองบ้าง เป็นแบบนี้ 4-5 วัน พอมันถูกรบกวนมากขึ้นๆ มันเลยมาบอกเพื่อนๆ ให้พาไปขอขมาที่บ้านนั้น พวกผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจออะไรมามากกว่าที่เล่าหรือเปล่า ถึงทำให้คนที่ไม่กลัวอะไรอย่างไอ้หมัด ต้องหน้าซีดตัวสั่นยอมไปกราบขอขมา.. แล้วหลังจากนั้นมา ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงทุกวันนี้ ไอ้หมัดมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าหมู่บ้านนั้นแล้วทะลุไปอีกทางเลย จะไปอ้อมถนนใหญ่ตลอด ยังจำได้วันที่ไปขอขมาได้ดี เจอยามคนเดิมแกเห็นพวกผม แกนั่งหัวเราะอร่อยเลยครับ.. สุดท้ายนี้แค่อยากจะเตือนว่า ‘ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่าครับ..’…

Uncategorized

ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Exif_JPEG_PICTURE

ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ห้างร้างอาถรรพ์ จ.กาญจนบุรี เมื่อประมาณ20 ปีก่อน เคยมีห้างดังอยู่ที่นึงตั้งอยู่ในภาคตะวันตกของประเทศ
ศูนย์การค้าที่ว่า (ขอไม่เอ่ยชื่อ)..นับว่ามีขนาดใหญ่ เป็นศูนย์รวมร้านค้ารวมทั้งสิ่งทันสมัย จัดว่าเป็นห้างที่คงจะนำสมัยที่สุดในสมัยนั้นในเขตนั้นเลยก็ว่าได้ แถมยังมีสวนน้ำอยู่ข้างในพื้นที่อีกส่วนนึงด้วย
กล่าวได้ว่าถ้าเกิดใครที่อยู่ในจังหวัดกาญจนบุรีหรือจังหวัดข้างเคียง ต่างก็คงจะได้เคยท่องเที่ยวสถานที่ที่นี้กันมาบ้างแล้ว

ต่อเมื่อเวลาผ่านไป..แล้วจู่ๆห้างดังกล่าวก็เกิดปิดตัวลงไปอย่างไร้สาเหตุ..ท่ามกลางข้อสงสัยมากมาย
ถ้ามองแบบวิทยาศาสตร์หน่อยก็คงคิดว่า หรือห้างแห่งนี้จะขาดทุน ไม่ก็ทน พิษเศรษฐกิจ ที่ย่ำแย่ในช่วงเวลานั้นไม่ไหว
แต่ถ้ามองแบบความเชื่อ ตามที่เขาเล่าลือกันก็คงว่าเพราะที่ตั้งห้างแห่งนี้มีอาถรรพ์..ในช่วงที่สวนน้ำเปิดดำเนินการ ได้เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น..!!
มีเด็กไปเล่นน้ำแล้วเสียชีวิต พอบ่อยๆเข้าสวนน้ำก็เลยต้องปิดตัวลง จากนั้นไม่นานตัวห้างถึงได้ปิดตามมาด้วย

แน่ๆหล่ะ..!! รวมทั้งคงจะเป็นเช่นเดียวกันดูเหมือนจะทุกที่ ว่าถ้าหากว่าสถานที่ใดก็ตามที่ถูกปลดปล่อยให้รกร้าง ครู่หนึ่งจะมีพวกวัยรุ่นในท้องถิ่นเข้าไปมั่วกันในนั้น
โดยสถานที่นี้นับว่าเป็นที่ๆออกจะอันตรายอย่างยิ่งจริงๆ ด้วยเหตุว่าหลังจากนั้นได้มีเหตุร้ายเกิดขึ้นมากมาย
ทั้งยังเรื่องราวของวัยรุ่นลวงสาวไปข่มขืนภายในนั้น..!!
หรือจนกระทั่งเคยมีอุบัติเหตุ คนถูกเสาไฟทับจนกระทั่งเสียชีวิต..!!
เรื่องราวดังกล่าวยังไม่น่ากลัวเท่า ที่ว่าครั้งนึงเกิดเหตุสะเทือนใจขึ้น ขนาดที่ว่าเป็นคดีความการฆ่าที่ลง นสพ หน้าหนึ่งขณะนั้นกันอย่างยิ่งจริงๆ
คือเรื่องของสามีภรรยาที่มาทะเลาะกันแถวห้างร้างที่นี้ แล้วก็ตกลงกันไม่ได้ก็เลยฆ่ากันตาย..!!
โดยต่อจากนั้น จากสถานที่ๆเดิมเคยเป็นเพียงแค่ที่สุมหัวกันปกติ ก็เลยเปลี่ยนสภาพไปเป็นสถานที่ลองของ ของเหล่าบรรดาวัยรุ่นเวลานี้ไปเลย..

โดยถ้าใครเคยไปสัมผัสบรรยากาศคงทราบดี ภายนอกอาจไม่น่ากลัวเท่าไหร่
แต่ภายในนี่ซิ ทั้งมืดและเต็มไปด้วยซอกมุมต่างๆมากมาย
ผู้ที่เคยเข้าไปลองของต่างเคยพบเจอเรื่องราวแปลกๆมากมาย..ดังต่อไปนี้

**..วิญาณหญิงสาวที่ถูกฆ่า ปรากฎกาย..!!
เชื่อกันว่า พอหลังจากคดีฆาตกรรมหญิงสาวเกิดขึ้น ผู้ที่เข้าไปลองของหรือใครที่เข้าไปสำรวจภายใน ก็มักจะเจอวิญญาณของหญิงสาวคนดังกล่าวมาปรากฎกายให้เห็นอยู่ภายในห้างร้างนี้บ่อยๆ
บางคนเห็นเป็นเงาคนที่เดินผ่านไปผ่านมา พูดตรงกันว่าคือผู้หญิงผมยาว..!!
บางคนขณะเข้าไปสำรวจ ได้ยินเสียงเหมือนมีบางสิ่งเดินอยู่ในห้างร้างตลอดเวลา พอเอาไฟฉายส่องดูก็เห็นคล้ายเป็นร่างผู้หญิงชะโงกหน้าแอบดูอยู่ตามมุมเสา..!!

**..อีกจุดที่ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กันภายในห้างร้างแห่งนี้ นั่นคือที่ชั้น 2 ..!!
ตรงบริเวณชั้นสอง จากข้อมูลที่เคยได้ทราบมา เดิมทีตรงนี้เคยมีโรงหนังและก็สวนสนุก และน่าจะรวมถึงศูนย์อาหารด้วย
ทันทีที่ห้างถูกปิดให้ร้าง ก็ยังเหลือซากบางอย่างที่ทางห้างเก็บไปไม่หมด
ในอดีตเคยมีพวกชอบเข้าไปลองของเล่าตรงกันว่า มักจะได้ยินเป็นเสียงเหมือนเด็กวิ่งเล่นอยู่ภายใน หรือบางทีได้ยินเป็นเสียงวิ่งวนไปมารอบๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างสนุกสนาน..!! ซึ่งถือว่าจุดนี้น่าจะเป็นอะไรที่หลอนที่สุดเลยก็ว่าได้

อย่างไรก็ตามเท่าที่แอดมินรับฟังมา ดูเหมือนว่าพอสถานที่ที่นี้เริ่มเป็นที่เลื่องลือถึงความน่าสยดสยอง ก็เลยมีคนพื้นที่รวมทั้งพวกจากต่างถิ่นไกลๆเข้ามาตรวจสอบกันเยอะแยะ รวมทั้งรายการผีก็เข้ามาถ่ายทำกันในนี้ด้วย ก็เลยทำให้สถานที่นี้ในตอนนี้มิได้น่ากลัวแบบเมื่อก่อนแล้ว

แม้จะน่าสะพรึงกลัวจริงๆก็อาจจะเป็นพวกมิจฉาชีพที่แอบเข้าไปอยู่ภายในห้างนั่นน่ะล่ะ เพราะเท่าที่ฟังก็มีทั้งคนที่ถูกใจเข้าไปสุมหัว เสพสิ่งเสพติด เอาหญิงไปทำไม่ดี ซึ่งถ้าเกิดใครเคยเข้าไปจะมองเห็นอีกทั้งเครื่องไม้เครื่องมือเสพยา รวมถึงถุงยางอนามัยทิ้งเกลื่อนกลาดกราดเยอะแยะ
ยังไงๆหากคนใดคิดต้องการเข้าไปตรวจสอบสถานที่ คงจะจำเป็นต้องพิจารณาถึงความปลอดภัยกันด้วยน่ะนะครับ ด้วยเหตุว่าจริงๆแอดไม่นมองว่าภัยจากคนเรานี่แหละน่าขนลุกกว่าเรื่องผีมากมาย….

แหล่งที่มา facebook.com

Uncategorized

ผีเซ็กส์ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ผีเซ็กส์ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีเซ็กส์

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีเซ็กส์ พวกเราพบความจริงน่าสยองมากมายๆเวลานี้ยังฝังหัวรวมทั้งงงมากไม่หายว่า “มันเป็นได้อย่างไรกัน…!!???”

เรื่องมันเป็นงี้ ครั้งหนึ่งเราเช่า apartment เก่าๆข้างหลังหนึ่งอยู่ใน London ตอนราวตี 2 – ตี3 สุดสัปดาห์เราชอบนั่ง อ่านหนังสือ ในห้องครัวพลางจิบเบียร์สดไป พวกเราจะได้ยินเสียงหญิงชายวัยรุ่นมี sex กัน ได้ยินเสมอๆออกแนวบ่อยๆกันเป็นเพศหญิงเสร็จแล้ว แม้กระนั้นเพศชายยังจะป้อนให้อีกเรื่อยแม้กระนั้นเพศหญิงก็ร้องขอเพศชายว่าไม่ไหวแล้ว เพียงพอเหอะ แม้กระนั้นเพศชายก็ไม่ยินยอม

เสียงมันดังว่าดังมาจากข้างห้อง (เรามีห้องด้านข้างเพียงแค่ห้องเดียวเพราะว่าห้องเราอยู่ปลายอาคาร) แต่พวกเราก็ไม่เคยมองเห็นคนข้างห้องว่าใบหน้าเป็นยังไง อยู่มาวันหนึ่งพวกเรามองเห็นคนข้างห้องทีแรก (เปิดประตูหน้าเวลาไม่ค่อยจะตรงกัน) เหยสะดุ้งอ่ะ “เป็นคู่หญิงชายอายุตั้ง 80 กว่า!” พอเพียงทักกันเสียงพวกเค้าก็เสียงราวกับคนสูงอายุ ไม่ใช่เสียงวัยรุ่นราวกับเสียงผู้ที่มี sex กัน

เราเลยเริ่มมีความรู้สึกว่าเสียงมันจะต้องมาจากบันได (มีบันไดขึ้นลงอาคารกั้นห้องพวกเรากับห้องเพื่อนบ้าน) เลยพอใช้ได้ยินเสียงวัยรุ่นมี sex กันอีก เราทำใจกล้าๆ(กล้าเพราะว่าเมาอ้ะ) แล้วออกไปดูที่บันได แต่ว่า “ไม่เจออะไรเลย”

จะว่าเราจิตหลอนมันก็ไม่น่าจะใช่นะ เพราะได้ยินเสียงอย่างนี้บ่อยๆกันต่อเนื่องกันตรงเวลาหลายๆเดือน (คงจะถึงปีนะ) จนกว่าเราย้ายออกไปจาก apartment ที่นั้น

ตอนนี้เรายังหาเรื่องผลมาอธิบายเรื่องนี้ไม่ได้เลยหละ…

Uncategorized

โฮเต็ลหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
โฮเต็ลหลอน เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

โฮเต็ลหลอน

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน โฮเต็ลหลอน เรื่องหลอนสั้นๆของ คุณแหม่ม วิชุดา พินดั้ม ได้เล่าในรายการ “ตัวแม่มาแล้ว”ว่า มีโฮเต็ลนึง มีความคิดว่าทุกคนรู้จัก ที่ จังหวัดสระบุรี ทุกคนพบหมด ดาราทุกคนต้องเจอ พอเข้าไป

อพาร์เม้นท์แล้วเลือกห้องไปนอนกับสหาย เช่าบังกะโลนอนคุ้นเคย เพียงพอเปิดประตูแล้วก็เข้าไป ห้องมันอับๆมีความรู้สึกอึดอัด เหมือนมีการการฆ่าเกิดขึ้น หายใจไม่ออก ห้องนี้มีผีแน่ๆร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็พูดว่าไม่นอน ขอ

เปลี่ยนห้อง เพราะว่าเจอแน่คืนวันนี้ มันดูสะอาด ไม่สกปรก ทุกสิ่งทุกอย่างดีหมด แต่มันอึดอัด เค้าก็ให้ย้าย ก็ยอมจ่ายแพง ขึ้นไปห้องสูทก็ไม่ได้ต่างอะไรกัน เพียงแค่ห้องมันใหญ่ขึ้น มันเป็นโรงพยาบาลมาก่อน แล้วความอับมันก็ยังมีอยู่ แต่น้อยลง ก็ยอมนอนเนื่องจากดึกมากแล้ว เจอก็เจอ ตอนนอนอยู่ที่เตียงก็เห็นว่ามีมายืนโยกให้เห็นครึ่งตัวตรงทางเดินเข้าห้อง ผมยาว เห็นเต็มๆไม่น่ากลัว ไม่ตาถลน ไม่เลือดไหล แต่เค้านิ่งๆซีดๆแม้กระนั้นไม่ราวกับในหนังผี ราวกับคนปกติทั่วๆไปเลย ขณะที่เห็นก็คิดว่ามากันอย่างนี้เลยเหรอ……

Uncategorized

เรื่องราวขนหัวลุก ผีถ้วยแก้ว

Posted by Pinkie on
เรื่องราวขนหัวลุก ผีถ้วยแก้ว

เรื่องราวขนหัวลุก

ผีถ้วยแก้ว เรื่องราวขนหัวลุก

ประเด็นนี้คือเรื่องของ ขิม นักเรียนผู้หญิงชั้น ม.6 ที่จำต้องเดินทางไปเข้าค่ายของชมรม ที่จังหวัดเพชรบุรี เรื่องที่ขิมกำลังจะเล่าตั้งแต่นี้ต่อไป เป็นอะไรที่ติดตาขิมมาจนถึงทุกวันนี้อย่างยิ่งจริงๆ..

พวกเราเดินทางกันไปกับสมาชิกสมาคม ทั้งยังรุ่นพวกเรา แล้วก็รุ่นน้องราว 40 กว่าคน ไปกันด้วยรถทัวร์คันเดียว โดยที่กลางทาง พวกเรากับสหายก็รวมกลุ่ม คุยเรื่องผี กันในรถยนต์กับ ต่าย คู่หู รวมทั้งรุ่นน้องอีก 3 คน เล่าไปก็ทั้งยังกลัว ทั้งยังขำกัน แล้วก็ขณะนั้นไม่เคยรู้พวกเราคิดอย่างไร เนื่องจากว่ายุคนั้นยังเด็ก เลยต้องการรู้ต้องการทดลอง.. พวกเราเชิญเพื่อนฝูงกลุ่มที่เล่าผีว่า คืนวันนี้พวกเรามาทดลองเล่นผีถ้วยแก้วกันมั้ย?

คืนนั้น.. พวกเราก็ได้มาพักอยู่ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เป็นตึกเก่าหน่อย แต่ว่าค่อนข้างจะสูงใหญ่ ภายหลังกิจกรรมของชมรมจบ รุ่นน้อง 3 คนก็มารวมตัวกันที่ห้องของพวกเรากับต่าย เพื่อจะเล่นผีถ้วยแก้วกัน ในเวลานั้นก็ทำกันกล้วยๆโดยการเอาถ้วยน้ำของอพาร์เม้นท์ รวมทั้งกระดาษสำหรับเขียนจดหมายมาต่อๆกันเขียนเป็นตารางขึ้นมา รวมทั้งจุดธูป 1 ดอก ที่แอบเอามาจากล็อบบี้โรงแรม ที่เค้าดำรงไว้ใช้สำหรับศาลพระภูมิ.. พวกเราก็จำมาจากที่เคยอ่าน เป็นให้นั่งล้อมเป็นวงกลม ประสานมือกัน แล้วกล่าวว่า ขอชักชวนวิญญาณเร่ร่อนที่อยู่รอบๆนี้ ควรเข้ามาในแก้วด้วยเหอะ..

เรา ต่าย แล้วก็รุ่นน้องอีก 3 คนก็เอานิ้วแตะแก้วกัน ในเวลานั้นทุกคนก็มองกลัวกันมากมาย เราก็เริ่มถามคำถามว่าวิญญาณที่มา เป็นชาย หรือ หญิง?.. แม้กระนั้นในเวลานั้นก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น พวกเราเลยต้องการแกล้งสหาย พวกเราเบาๆดันแก้วไปที่ตัว “ญ” ทุกคนร้องตกอกตกใจมากมาย ถามคำถามว่าใครกันแน่ดันรึเปล่า ก็ไม่มีผู้ใดตอบ.. หลังจากนั้นต่ายก็ถามต่อว่า เป็นอะไรตาย? ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก พวกเราก็เลยดันแก้วอีกทีไปครั้งละคำว่า “ก ร ะ โ ด ด ตึ ก” ถึงขณะนั้น ต่ายกับรุ่นน้องก็เอามือออกมาจากแก้วด้วยความหวาดกลัว ในที่สุดเราก็พับกระดานเลิกเล่นไป โดยที่พวกเราก็ไม่พูดว่าพวกเราเป็นคนแกล้ง.. แล้วรุ่นน้องทั้งยัง 3 คนก็แยกกันกลับห้องตนเอง ส่วนต่ายก็ขอตัวนอนก่อน พวกเราก็ปิดไฟห้องให้ แล้วก็พวกเราเข้าไปอาบน้ำ..

พอพวกเราอาบน้ำเสร็จ ก็จะมานั่งทาครีมที่โต๊ะเครื่องแป้ง ห้องก็ออกจะมืด พอพวกเราเปิดไฟที่โต๊ะเครื่องแป้ง สิ่งที่พวกเรามองเห็นในกระจกกลับไม่ใช่ตัวเรา แต่เป็นหญิงที่คอหักพับมาที่ไหล่ และก็ใบหน้ามีแต่เลือด.. พวกเราร้องกรี๊ดลั่น กระทั่งต่ายตื่นมาถามว่าเป็นอะไร..

รุ่งเช้ามาพวกเราก็มาเล่าให้ทางโรงแรมฟัง และได้รู้ว่า เคยมีแขกหญิงคนหนึ่งกระโดดตึกลงมาตาย แต่เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเกือบจะ 10 ปีมาแล้ว.. ฟังแบบนั้น พวกเราก็นึกในใจว่า ที่พวกเรามองเห็นเค้าบางทีก็อาจจะเป็นเพราะ พวกเราไปเรียกเค้ามาเอง.. ตั้งแต่นั้นมา พวกเราก็ไม่เคยคิดจะเล่นผีถ้วยแก้วอีกเลย..…

Uncategorized

ผีแฟนมาขอโทษ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ผีแฟนมาขอโทษ เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ผีแฟนมาขอโทษ

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ผีแฟนมาขอโทษ

เรื่องนี้ส่งมาจากคุณเอม (นามสมมุติ) ครับผม คุณเอมเล่าว่า.. เรื่องนี้เกิดมานับเป็นเวลาหลายปีแล้วค่ะ จนเราทำใจได้แล้ว ถึงตัดสินใจมาเล่าให้ฟัง คือในตอนนั้นเราคบกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ต้น (นามสมมุติ) เราคบกันได้ราว 3 ปี จนถึงใกล้จะสมรสกันอยู่แล้ว เย็นวันหนึ่ง ต้นบอกว่าวันนี้คงจะไม่ได้กลับไปอยู่บ้านนะ มีงานด่วนต้องแก้ที่ที่ทำงาน (ต้นทำงานฝ่ายไอทีซัพเพียงพอร์ท ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในจ.กรุงเทพฯ) พวกเราก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะว่ารู้เรื่องในงานของต้นซึ่งมักจะมีปัญหาจำเป็นต้องสแตนบายคอยปรับแต่งอยู่ตลอด

คืนนั้นด้วยความง่วง เราก็เข้านอนตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติคือเรากระสับกระส่าย ใจมันหวิวๆ เสียดๆ ยังไงบอกไม่ถูก เวลาผ่านไปจนดึก อยู่ๆ เราก็รู้สึกได้ถึงเตียงที่ยวบลง.. ในความมืด เราพยายามผงกหัวขึ้นมามอง สิ่งที่เห็นคือ ต้นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่ที่ปลายเตียง ก้มหน้าลงพร้อมกับร้องไห้สะอึกสะอื้น พูดในลำคอ จับใจความได้ว่า ‘ต้นขอโทษ..’ และนั่นคือภาพสุดท้ายที่เราเห็นก่อนที่เราจะหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้..

ช่วงเช้าเราตื่นขึ้นมาหยิบโทรศัพท์ดู ปรากฏว่ามีสายที่ไม่ได้รับเป็นเบอร์ของต้นอยู่หลายสาย (เราปิดเสียงไว้ตอนนอน) แต่พอเราโทรกลับไป ปรากฏว่าเป็นเสียงคนอื่นรับสาย เขาบอกว่า ‘เจ้าของเครื่องเสียชีวิตแล้ว จากอุบัติเหตุรถชนช่วงหัวค่ำเมื่อวานที่พัทยา รบกวนให้ญาติมายืนยันศพ และรับของใช้ของผู้เสียชีวิตด้วย..’ ความรู้สึกตอนที่เราได้ฟังนี่คือเกือบวูบเลยค่ะ ช็อคมาก ทำอะไรไม่ถูก และในความช็อคนั้นก็มีความสงสัยผสมด้วย ว่าทำไมต้นถึงไปรถชนที่พัทยาได้? แล้วที่เราเห็นต้นเมื่อคืนล่ะ นั่นคือความฝัน หรือความจริง?

เรารีบออกจากบ้านทันที เพื่อไปดูศพ และรับของของต้นจากเจ้าหน้าที่ สภาพศพนี่คือดูไม่ได้เลยจริงๆ ค่ะ เราเห็นแล้วมันจุก มันพูดไม่ออก น้ำตานี่ไหลออกมาทันที เพราะนั่นคือการสูญเสียครั้งใหญ่ในชีวิตของเราเลย.. พอเจ้าหน้าที่เอาถุงพลาสติกซิปล็อคที่ใส่ของใช้ของต้นมาให้ ในนั้นมีกระเป๋าสตางค์ เศษเหรียญ กุญแจ และโทรศัพท์มือถือ เราก็ลองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ปรากฏว่ามีข้อความไลน์ขึ้นเตือนค้างอยู่ พอเราไล่เปิดอ่านเท่านั้นล่ะ เราแทบทรุดลงกับพื้นเลยค่ะ เพราะเป็นไลน์ของผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ แวว (นามสมมติ) ใจความประมาณว่า ต้นนัดเจอกับแวว ซึ่งแววเป็นสาวหน้าตาดี ทำงานอยู่ที่พัทยา และต้นกำลังไปหา มีส่งรูป ส่งข้อความหวานๆ ให้กันเรื่อยมา สรุปง่ายๆ คือที่ผ่านมาต้นแอบมีผู้หญิงคนอื่นนั่นเองค่ะ.. เราหันไปที่ศพต้นอีกครั้ง อารมณ์ตอนนั้นคือทั้งเสียใจ ทั้งเจ็บใจ เราไม่รู้จะเขียนระบายออกมายังไงเลย อีกอย่าง เราไม่สามารถจะโกรธ จะเกลียด หรือด่าต้นได้อีกแล้ว เพราะต้นตายจากเราไปแล้ว..

หลังจากเหตุการณ์นั้น เราบวชเลยค่ะ เรียกว่าเป็นโรคซึมเศร้าต้องรักษาอยู่ร่วมปี ..พอเวลาผ่านไป เราก็ย้อนกลับมาคิดถึงเหตุการณ์คืนนั้นในอีกมุมหนึ่ง คือต้นที่ตายไปแล้วคงจะต้องกระวนกระวาย ที่รู้ว่ายังไงก็ตามเราก็ต้องรู้เรื่องนี้อยู่ดี ซึ่งเราเชื่อว่าถ้าต้นรู้สึกผิดกับเราจริงๆ ต้นก็คงจะอึดอัดทรมานมากเช่นกัน ที่มาตายไปแบบนี้ ไม่สามารถแก้ไข หรือแม้แต่จะบอกความรู้สึกเสียใจให้เราได้รับรู้อีกต่อไปแล้ว ยังไงก็แล้วแต่ เราขออโหสิกรรมให้กับต้น เพราะอย่างน้อยเราก็เคยมีเรื่องราวดีๆ ร่วมกัน..…

Uncategorized

โรงแรมผี “ห้อง407”พัทยาสยองขวัญ

Posted by Pinkie on
โรงแรมผี “ห้อง407”พัทยาสยองขวัญ

โรงแรมผี “ห้อง407”พัทยาสยองขวัญ

โรงแรมผี ช่วงตุลาคม พวกเราจะต้องเข้าฟังการการสัมมนาวิชาการ
โครงข่ายวิศวกรรมที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกลที่ประเทศไทยวันที่ 16-18 เดือนตุลาคม 2556
แม้กระนั้นไม่ได้เสนอบทความนะคะ ไปเอาข้อมูลการทำงานศึกษาค้นคว้าค่ะ แล้วก็งานนี้
จัดขึ้นที่โฮเต็ลดุสิตธานีพัทยา (อันนี้ขอเอ่ยชื่อนะคะ เนื่องจากไม่ใช่บังกะโลจุดเกิดเหตุ)
ตอนแรกดีใจมาก…ว่าสาขาวิชาจะต้องพาไปพักโรงแรมนี้ แต่แล้วก็จำเป็นต้องสิ้นหวัง
เมื่อพวกเราจะต้องไป พักโรงแรม อื่นที่อยู่ใกล้ๆเราอีกทั้ง 24 คนพร้อมเดินทางไปพัทยา
ด้วยรถตู้แต่ว่าแยก 2คันจ้ะ 13คนแรกไปคันที่หนึ่ง ส่วนพวกเรานั่งคันที่สองกับสมาชิกอีก 10 ท่าน

เดินทางถึงรีสอร์ทราว 4ทุ่มจ้ะ ตอนเข้ามาด้านในพวกเราก็ยกมือไหว้ศาลพระภูมิ
หน้ารีสอร์ทเพื่อขอให้ท่านดูแลคุ้มครองปกป้องรักษาและก็ในตอนนั้นเมืองไทยพวกเรามีลมพายุเข้า
ฝนตก ฟ้าผ่า ไฟดับ บิวท์มากมายอ่ะบรรยากาศ โรงแรมเข้าไปจากตรอกถนนใหญ่ราว
1 กิโลกว่าๆจ้ะ ลักษณะโรงแรมเป็นอาคารคล้ายอพาร์ทเม้นท์ มีสระว่ายน้ำด้านหลัง
ลิฟท์ที่ขึ้นไปก็แคบๆเข้าได้ไม่เกิน 4คนค่ะ เมื่อถึงชั้น 4 สิ่งที่พบเจอกลางทางเป็น
น้ำฝนที่สาดเข้ามา เจิ่งนองไปหมด ไฟกระพริบๆตกๆดับๆโอ้โห้…บิวท์เข้าไปอีก

เราได้พักกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งค่ะเป็นหนึ่งในอีกทีมที่ต้องนำเสนอผลงาน ซึ่งห้องต้นเรื่องคือ
ห้อง “407” เราเป็นคนไขกุญแจเข้าไปในห้อง แวบแรกที่เข้าไป ในใจก็คิดว่า
“คืนนี้ตรูเจอแน่ๆ” 5555555 แต่เราไม่ได้บอกพี่เขานะคะ วางของไรเสร็จ จัดห้องเสร็จ
เดินเช็คโน่นนี่นั่นเสร็จ ก็อาบน้ำต่อเลยค่ะ ง่วงนอนมาก เพลียสุดๆ เพราะเดินทางมาทั้งวัน
ลืมบอกไปค่ะ ห้องนี้เป็นเตียงเดี่ยว เพราะฉะนั้นเรากับพี่ต้องนอนเตียงเดียวกัน
แต่พระเจ้าช่วย…ประมาณเที่ยงคืนกว่าๆ พี่ผญ.คนนั้นบอกว่า
“เดี่ยวพี่ขอไปซ้อมนำเสนอผลงานพรุ่งนี้กับเพื่อนอีกห้องก่อนนะ” แล้วนางก็จากเราไป
ปล่อยให้เราอยู่ห้องเจ้าปัญหานั้นคนเดียวเปลี่ยวสุดๆ ไอ้เราก็คิดว่า
“หึหึ เอาอีกและ ทิ้งตรูซะแล้ว” คือบอกตรงๆค่ะ…คืนนั้นกลัวมาก ไม่รู้เพราะอะไร
ก็เลยลดความกลัวลงด้วยการเปิดทีวีดังๆนอน แข่งกับเสียงแอร์ในห้องที่ดังราวกับโรงน้ำแข็ง
และเปิดไฟทุกหลอดในห้อง ก่อนที่จะสวดมนต์ไหว้พระแผ่ส่วนกุศล
ซักพักด้วยความง่วงเราผลอยหลับไป…

ในระหว่างที่เรานอนสภาพอากาศข้างนอกโรงแรม ฝนตกแรงมากๆ ฟ้าผ่าดังสุดๆ
แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราตื่นแต่ก็ได้ยินอยู่แว่วๆสำหรับเสียงฟ้าค่ะ เวลานอนของเราก็ผ่านไป
จนกระทั่งเรามาสะดุ้งตื่นเพราะเสียงฟ้าผ่าแรงมาก ตอนนั้นก็เป็นเวลาประมาณตีสามกว่าๆ
เมื่อเรากำลังดูเวลาจากมือถือ อยู่ๆเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ
เสียงชักโครกในห้องน้ำดังขึ้น เสียงฟักบัวในห้องน้ำถูกเปิด น้ำไหล…แล้วก็ถูกปิด…
ณ จุดๆนี้เราคิดว่าพี่ผญ.คนนั้นคงกลับมาจากห้องเพื่อนแล้ว คงจะเข้าห้องตอนเรานอนอยู่
ก็เลยคิดว่าจะไม่นอนต่อ รอพี่คนนั้นออกจากห้องน้ำ แล้วค่อยนอนพร้อมกัน
ไอ้เราก็นอนรอ 5 นาทีก็แล้ว 10 นาทีก็แล้ว ทำไมพี่เขายังไม่ออกมาอีกฟร่ะ
หรือว่า ปลดทุกข์… เราก็รออีก 10 นาที ก็ไม่มีใครออกมาจากห้องน้ำเลย…
ตอนนั้นสติแตกแล้ว กลัวมาก คือ บรรยากาศตอนนั้นมันให้มากค่ะ เย็นๆเยือกๆ
หนาวๆ ฝกตกฟ้าร้อง ในระหว่างที่เราตกใจอยู่นั้น อยู่ๆไฟในห้องดับ!!!
โอ้โหว…มาดับอะไรตอนนี้ก็ไม่รู้ บอกเลยว่าแทบช็อค เรานอนช็อคบนเตียง
ทำไรไม่ถูกเลยค่ะ ซักพักประมาณเกือบ 1 นาที (1 นาทีเหมือน 1 ปี นานแทบขาดใจ)
ไฟมาค่ะ เราคลุมโปงด้วยความกลัวแล้วก็หลับไปแบบครึ่งหลับครึ่งตื่น อยู่ๆ
เราก็เห็นผญ.คนหนึ่งผมยาว ใส่ชุดสีขาวเดินออกมาจากห้องน้ำ เดินมาทางเตียงเรา
และเดินมาฝั่งที่เรานอน แล้วก็ยื่นหน้าลงมาใกล้เรา มองเราแล้วยิ้ม
แล้วก็หายตัวไป แล้วเราก็หลับต่อ อันนี้หลับแบบหลับเลยค่ะ…

พอตื่นยามเช้ามา พบว่าไม่มีใครนอนที่เตียง ซึ่งหมายความว่าพี่ผญ.คนนั้นไม่ได้กลับมานอน
ซักพักนางเปิดทางเข้ามา ด้วยกุญแจห้องอีกดอกจ้ะ พวกเราเลยถามคำถามว่า
“เมื่อคืนนี้พี่ได้เข้ามาในห้องป่ะ? ช่วงนี้ๆๆๆๆ” พวกเราก็ชี้แจงแล้วก็ถามไป
พี่เขาตอบมาว่า “ไม่หนิ เมื่อคืนนี้พี่นอนกับเพื่อนฝูงมิได้เข้ามาเลย” หึหึ
คำตอบของพี่มึง เป็นเครื่องรับรองว่า สิ่งที่มองเห็นเมื่อคืนนี้เกิดเรื่องจริง ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราคิดไปเอง
พวกเราไม่ได้เล่าให้พี่เขาฟังค่ะ พอพี่เขาตอบพวกเราเสร็จพี่ก็เลยเข้าไปอาบน้ำ
พวกเราเลยใช้เวลานี้สวดมนต์ไหว้พระและก็แผ่ส่วนกุศลให้ผู้ใหญ่บ้านท่านนั้นไปค่ะ
มองทรงแล้วท่านอาจอยากได้ส่วนบุญส่วนกุศลจ้ะ เลยต้องการให้พวกเราสวดมนต์ให้
ส่วนเรื่องราวของโรงแรมอันนี้พวกเราไม่ได้ถามค่ะ ไม่กล้าถาม กลัวถูกกล่าวหาบ้า T T

รุ่งเช้าวันนั้นพวกเราตกลงใจว่า จะไม่อาบน้ำจะไม่ไปในงานด้วย เพราะเหตุว่าเกียจคร้าน
อีกดวงใจก็ต้องการให้เขาเปลี่ยนโรงแรม เนื่องจากนอนตรงนี้ไม่ไหวแล้ว…กลัวมากอ่ะ
สุขภาพด้านจิตเสียสุดๆ…ในที่สุดแล้ว ทางสาขาวิชาให้เปลี่ยนโรงแรมได้ค่ะ
ดีใจมากๆๆๆรอดแล้ว บอกเลยจ้ะถ้าเกิดนอนอีกวัน ตายแน่นอนช็อคมั่นใจๆ
ส่วนโรงแรมลำดับที่สองไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ นอนหลับสบายใจ…