Tag Archives

One Article

Uncategorized

ท้าผีบ้านร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

Posted by Pinkie on
ท้าผีบ้านร้าง เรื่องเล่า-เรื่องหลอน

ท้าผีบ้านร้าง

เรื่องเล่า-เรื่องหลอน ท้าผีบ้านร้าง  เรื่องนี้ส่งเข้ามาจากคุณโตครับ เพราะคุณโตได้อ่าน เล่า สยดสยอง ก่อนนอน 309 แล้วพูดว่า มีน้องคนหนึ่งที่รู้จักก็เคยโดนดีที่บ้านหลังเดียวกันนี้ คุณโตเล่าว่า.. ย้อนกลับไปสัก 3 ปีน่าจะได้ พวกเรา รวมทั้งน้องๆได้ไปสำรวจบ้านร้างหลังที่ว่านี้แถวซีรอคอย บอกกันปากต่อปากว่าน่ากลัวมากมายๆบ้านนี้จะอยู่ในหมู่บ้านครับ หากผมจำไม่ผิดเขาคงจะเรียกกันว่า 7/7 ครับผม

เข้าประเด็นกันเลยดีกว่า คืนนั้นช่วงเวลา 3 ทุ่ม พวกเราก็นั่งคุยกันเรื่อยเปื่อย โดยในกลุ่มผมเนี่ย จะมีรุ่นน้องคนหนึ่งชื่อ อาหมัด น้องคนนี้ค่อนข้างจะปากดี แซวทุกเรื่อง ด่าทุกอย่างที่ไม่เห็น และก็คืนนั้นก็มันนั่นแหละที่ชวนไปบ้านร้างข้างหลังนั้น แต่ทุกคนก็โอเคตกลงจะไปกันทั้งหมด 7 คน เนื่องจากว่าความต้องการอยากจะรู้อยากจะเห็นในสิ่งเหนือธรรมชาตินั่นเอง.. ก็ขี่จักรยานยนต์ไปกันหลายคัน จนกระทั่งป้อมยามหน้าหมู่บ้าน ยุคนั้นมียามครับผม ยามมีความเห็นว่าเป็นเด็กวัยรุ่นมากันเยอะ ก็เลยถามคำถามว่า ‘จะไปไหนกันครับ?’ ไอ้หมัดตอบเลย ‘ไป 7/7 เพ่.. มันมีไรเหยอ? ผมอยากรู้..’ ยามก็เลยบอก ‘อย่าไปเลย มันมืดค่ำแล้วอันตราย ไหนจะขโมย ไหนจะงู..’ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เราเปลี่ยนใจกันครับ

พอขี่เข้าไปไอ้หมัดก็อุทานว่า ‘7/7 หรอ วันนี้หมัดมาเอง มาถึงที่เล้ย!’ ก่อนจะขี่รถนำเข้าไป พอไปถึงบ้านหลังที่ว่าก็จอดรถกันหน้าบ้าน พอดีมีป้าคนหนึ่งเดินผ่านมาถามว่า ‘พวกหนูมาทำอะไรกันเหรอ?’ ไอ้หมัดจึงพูดกลับไป ‘พวกผมมาหาผีครับป้า!’ ป้าแกก็เงียบแล้วก็เดินไปโดยไม่พูดอะไร.. ลักษณะบ้านจะเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในมืดมาก แอบมีต้นไม้รกร้าง ไอ้หมัดด้วยความไม่กลัว และไม่เชื่อเรื่องผี จึงอุทานออกมาอีกว่า ‘บ้านนี้เหรอวะ ก็บ้านธรรมดาๆ ไม่เห็นน่ากลัวเหมือนที่พวกบังๆ กูบอกเลย..’ จากนั้นพวกเราก็เปิดรั้วเข้าไปเดินสำรวจเบาๆ ไปกัน 4 คน ส่วน อีก 3 คนรออยู่หน้าบ้าน..

เดินไปได้สักแป๊บ ก็ได้ยินเสียงเพื่อนที่อยู่นอกบ้านโวยวาย แล้วก็ขี่รถออกไปอย่างไว ด้วยความตกใจ พวกที่สำรวจบ้านเลยวิ่งกันออกมา แล้วไอ้หมัดด้วยความที่รักเพื่อน หรือซ่าก็ไม่แน่ใจ มันก้มหยิบหินก้อนพอดีมือมาก้อนหนึ่งปาเข้าไปในบ้าน พร้อมกับพูดว่า ‘มึงทำให้เพื่อนกูตกใจทำไม! ทำไมไม่มาหากู!’ แถมมันยังชวนเพื่อนๆ ปาหินกันเข้าไปในบ้านอีก แต่ที่แปลกคือ มันไม่มีเสียงก้อนหินกระแทก หรือกระทบกับอะไรเลยสักนิดเดียว ไอ้หมัดมันคนไม่กลัว จึงเดินเข้าไปในบ้านดู มันบอกว่าเห็นก้อนหิน 6-7 ก้อนเรียงกันเป็นแถวอยู่ที่หน้าประตู! ทุกคนที่ได้ไปเห็นก็เริ่มกลัวกันละครับ ชวนกันบอกให้รีบกลับกันดีกว่า..

ขากลับมอเตอร์ไซค์ของไอ้หมัดไม่มีใครอยากซ้อน เพราะปากมันไม่ค่อยดีครับ แต่มันก็ยังไม่วาย มองเข้าไปในบ้านแล้วพูดขึ้นว่า ‘มาๆ ใครจะกลับบ้านรีบขึ้นรถ เดี๋ยวพี่พายกล้อ!!’ มันพูดเองขำเองอยู่ของมันคนเดียว คนอื่นนี่กลัวจนตัวสั่นแล้วครับ พอไอ้หมัดออกรถไปยังไม่ทันไร รถมันก็ล้มอย่างแรงมากๆ คือในสายตาพวกผมที่เห็นจากข้างหลังคือ รถมันกระเด็นไปเฉยๆ เหมือนมีคนกระโดดถีบยังไงยังงั้น แต่พอไปบอกมันมันกลับไม่คิดอะไร คิดว่าเป็นอุบัติเหตุมากกว่า แล้วคืนนั้นต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปครับ

ผ่านไปได้ประมาณ 4 วัน ไอ้หมัดก็เริ่มมีอาการแปลกๆ อยู่ๆ ก็ไม่สบายหนัก แล้วพอตกดึกแม่ของหมัดก็มักจะได้ยินเสียงคนมาเรียกที่หน้าบ้าน ก็คิดว่าเพื่อนมาแกล้งเลยไม่ได้คิดอะไร เพราะรู้นิสัยลูกตัวเอง ว่าอาจจะไปกวนตีนคนแถวบ้านไว้.. พอหมัดเริ่มอาการดีขึ้น มันก็ขี่รถมาหาพวกผมที่ที่ประจำ ที่นั่งเล่นแถวหมู่บ้านตามปกติ แต่ว่าครับ ตอนแยกย้ายกลับบ้าน มีเพื่อนในกลุ่มคนหน่ึงบอกว่า ‘ตอนไอ้หมัดขี่รถกลับไป กูเห็นเงาที่พื้นจากเสาไฟ แม่งมีเงาคนซ้อนอีกคน อย่างชัดเลย..’ เช้าวันรุ่งขึ้น หมัดและเพื่อนอีกคนกำลังจะไปเรียน ก็เดินผ่านพระรูปหนึ่ง พระท่านทักว่า ‘โยม.. อาตมารู้ว่าโยมเป็นคนไม่กลัว ไม่เชื่ออะไร แต่เชื่ออาตมาเถอะ ไปขอขมาเขาซะ..’ ไอ้หมัดได้ฟังยังกลับขำ แล้วกระซิบบอกเพื่อนว่า ‘พระพูดอะไรวะ?’

จากนั้นเหตุการณ์แปลกๆ ก็เริ่มเกิดขึ้นกับไอ้หมัด เริ่มเห็นเงาวูบวาบที่หางตาบ้าง เวลาขี่รถจะรู้สึกหนักๆ เหมือนมีคนซ้อนบ้าง ดึกๆ ก็จะได้ยินเสียงคนมาเรียกชื่อตัวเองบ้าง เป็นแบบนี้ 4-5 วัน พอมันถูกรบกวนมากขึ้นๆ มันเลยมาบอกเพื่อนๆ ให้พาไปขอขมาที่บ้านนั้น พวกผมก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจออะไรมามากกว่าที่เล่าหรือเปล่า ถึงทำให้คนที่ไม่กลัวอะไรอย่างไอ้หมัด ต้องหน้าซีดตัวสั่นยอมไปกราบขอขมา.. แล้วหลังจากนั้นมา ทุกอย่างก็กลับเป็นปกติ ตั้งแต่วันนั้นจนถึงทุกวันนี้ ไอ้หมัดมันไม่กล้าแม้แต่จะเข้าหมู่บ้านนั้นแล้วทะลุไปอีกทางเลย จะไปอ้อมถนนใหญ่ตลอด ยังจำได้วันที่ไปขอขมาได้ดี เจอยามคนเดิมแกเห็นพวกผม แกนั่งหัวเราะอร่อยเลยครับ.. สุดท้ายนี้แค่อยากจะเตือนว่า ‘ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่าครับ..’…